เส้นทางเศรษฐี

26230036_1744925168875455_6768343586714600374_n

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีมหาเสนาบดีคนหนึ่ง ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ กำลังเดินทางไปเข้าเฝ้าและประชุมกับคณะองคมนตรีคนอื่น ในระหว่างทางเขาเหลือบไปเห็นหนูตัวหนึ่งนอนตายอยู่ข้างถนน เขาบอกกับผู้ติดตามว่า แม้แต่การเริ่มต้นเล็กๆ อย่างหนูที่ตายแล้วตัวนี้ก็สามารถที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้ที่มีความขยันได้ หากเขาตั้งใจทำงานให้หนักและใช้ปัญญา เขาอาจเริ่มต้นทำธุรกิจและเลี้ยงดูครอบครัวได้

ชายคนหนึ่งเดินผ่านมาและได้ยินคำพูดของท่านมหาเสนาบดีคนนั้น เขารู้ดีว่าเสนาบดีเป็นถึงที่ปรึกษาของกษัตริย์จึงตัดสนใจทำตาม เขาหยิบหางของหนูตัวนั้นขึ้นแล้วเดินจากไป

แล้วโชคก็เข้าข้างชายผู้นั้น เมื่อเขาเดินไปได้ไม่ไกลก็มีเจ้าของร้านขายของคนหนึ่งบอกกับเขาว่าอยากขอซื้อหนูตัวนั้นให้แมวของเขากิน ด้วยราคาสองเหรียญทองแดง ชายหนุ่มใช้เหรียญทองแดงที่มีซื้อขนมหวานไว้ขายให้กับคนงานเก็บดอกไม้ ในเวลาเลิกงาน บางคนไม่มีเงินก็ขอแลกขนมหวานกับดอกไม้ ตกเย็นเขานำดอกไม้เหล่านั้นไปขายในเมือง ชายหนุ่มนำเงินทั้งหมดที่ได้ซื้อขนมหวานไปขายให้กับคนเก็บดอกไม้อีกในวันต่อๆ มา

จนวันหนึ่งได้มีพายุฝนลมแรงครั้งใหญ่ ในขณะที่เดินผ่านอุทยานของพระราชาเขาเห็นกิ่งไม้ถูกพายุพัดตกระเกะระกะ เขาขออาสาคนสวนช่วยเก็บกิ่งไม้ไปจากสวนนั้น คนสวนตอบรับทันทีด้วยความยินดี

ชายหนุ่มเห็นเด็กวิ่งเล่นอยู่แถวนั้นเขาก็เลยจ้างเด็กๆ ให้ช่วยเก็บกิ่งไม้ ไปกองไว้ด้วยขนมหวานคนละชิ้น จากนั้นเขาก็นำเศษไม้ทั้งหมดไปขายให้กับช่างปั้นหม้อ เพื่อเป็นเชื้อเพลิง เงินทองก็เพิ่มพูนขึ้น

กำไรที่ได้จากการขายดอกไม้และฟืน ช่วยให้เขาสามารถตั้งร้านขายเครื่องดี่มเล็กๆได้ วันหนึ่งมีกลุ่มคนตัดหญ้ามาแวะพักที่ร้านในระหว่างเดินทางเข้าเมือง ชายหนุ่ม ผูกไมตรีกับคนตัดหญ้าด้วยการเลี้ยงเครื่องดื่มพวกเขาโดยไม่คิดเงิน ความใจกว้างของเขา ได้รับการตอบสนองจากคนตัดหญ้าว่า “ไมตรีที่ท่านหยิบยื่นแก่พวกเราในครั้งนี้ หากมีอะไรให้ช่วยให้รีบบอก”

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นเขาได้ยินมาว่าจะมี พ่อค้านำม้าห้าร้อยตัวผ่านมาที่เมืองนั้น เขาขอหญ้าจากคนตัดหญ้าคนละหนึ่งหอบ และขอร้องให้คนตัดหญ้าเหล่านั้นอย่าเพิ่งขายหญ้าให้กับพ่อค้าม้าจนกว่าเขาจะขายหมด ดังนั้นเขาจึงได้กำไรสูง

วันหนึ่งเขาได้ยินลูกค้าคุยกันที่ร้านของเขาว่าจะมีเรือสินค้าจากต่างประเทศมาเทียบท่าในเมืองนั้น เขาจึงวางแผนการทำธุรกิจแบบใหม่ เขาซื้อแหวนทองคำกับทับทิมวงหนึ่งไปเป็นของกำนัลให้กัปตันเรือลำนั้น เพราะเขารู้ว่าเรือนั้นมาจากประเทศที่ไม่มีทับทิมและทองคำราคาแพง เขาขอให้กัปตันนำลูกค้าไปซื้อเครื่องประดับจากร้านที่เขาเป็นนายหน้า และเขาก็ต่อรองค่านายหน้าจากร้านขายเครื่องประดับในเมือง

อาชีพใหม่นี้สร้างเงินให้กับชายหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย จนเขากลายเป็นเศรษฐีย่อยๆคนหนึ่ง ในขณะที่เขาชื่นชมกับความสำเร็จของตน เขาก็ไม่เคยลืมท่านมหาเสนาบดีคนที่ให้คำแนะนำในการเริ่มต้นของเขา

วันหนึ่งท่านมหาเสนาบดีเดินทางผ่านมาทางนั้น เขาจึงนำเหรียญทองคำหนึ่งหมื่นเหรียญมามอบเป็นของขวัญให้กับท่านมหาเสนาบดีเพื่อเป็นการตอบแทน เสนาบดีแปลกใจยิ่งนัก จึงเอ่ยถามชายหนุ่มว่า “เจ้านำเงินมากมายมาจากไหน ทำไมจึงมอบให้ข้า” เขาตอบอย่างถ่อมตนว่าทรัพย์เหล่านี้ล้วนได้มาจากคำแนะนำของท่านมหาเสนาบดีเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมเล่าเรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากเพียงหนูตายตัวหนึ่งไปถึงโชคอันมหาศาลดังกล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้นท่านมหาเสนาบดีจึงชวนเขามาช่วยงาน พร้อมตัดสินใจยกลูกสาวคนเดียวให้เป็นศรีภรรยาของชายหนุ่ม และมอบให้เขาดูแลทั้งทรัพย์สินและลูกสาวอันเป็นที่รัก ชายผู้นั้นจึงกลายเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองนั้น และไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่าเขาได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาของพระราชาแทนท่านมหาเสนาบดีหลังจากพ่อตาของเขาเสียชีวิตลง เขาใช้ชีวิตด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นเรื่อยมา…
..
.
ใครจะคิดว่าแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ
ด้วยความอ่อนน้อมต่อโลกและไม่นิ่งเฉย
บวกสติปัญญา มองหาโอกาสอยู่เสมอ
และการรู้คุณคน
จะทำให้คนที่แทบไม่มีอะไรติดตัว
กลายเป็นมหาเศรษฐี
ร่ำรวยทั้งทรัพย์สินและความดีงามได้

หากวันนี้เรายังไม่มีอะไร อย่าเพิ่งท้อนะคะ
เรายังมีจุดเริ่มต้นเล็กๆ เสมอ
.
.

มีความสุขในวันที่เรารู้ว่าเรามีโอกาสเริ่มต้นค่ะ
.

(เส้นทางเศรษฐี เรียบเรียงจากจุลลกเศรษฐีชาดก)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s