พระกับซามูไร

17098338_750320478462740_4456517755749270315_n

พระหนุ่มรูปหนึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสให้ออกไปค้นหามีดดาบเล่มหนึ่งแล้วนำกลับมายังวัด บนหนทางที่พระหนุ่มเดินไป ท่านได้พบเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ป่าที่เขียวขจี ผ่านหมู่บ้านที่น่าอยู่อาศัย ต่างไปจากอารามอันโดดเดี่ยวที่เคยพักอาศัยในหุบเขายิ่ง บ่อยครั้งที่พระรูปนี้คิดที่จะล้มเลิกความตั้งใจในการตามหาดาบแล้วพำนักอยู่ในหมู่บ้านที่กำลังเดินผ่านนั้นเสีย แต่ทว่าในขณะนั้นพอดี พระหนุ่มก็เหลือบไปเห็นดาบเล่มหนึ่งวางอยู่ข้างๆ ของร่างที่ไร้วิญญาณของซามูไรคนหนึ่ง

พระหนุ่มคิดว่านี่คงเป็นดาบที่พระอาจารย์บอกให้ออกตามหา ท่านจึงเดินเข้าไปหยิบดาบเล่มนี้ขึ้นมา ทันใดนั้นก็มีซามูไรอีกคนโผล่ออกมาจากข้างทางและท้าทายให้พระหนุ่มต่อสู้กัน

ด้วยความตกใจ พระหนุ่มจึงอ้อนวอนต่อซามูไรว่า “ได้โปรดเถิด ท่านอย่าได้ฆ่าเราเลย เรามิใช่ซามูไร แต่เป็นเพียงพระธรรมดารูปหนึ่งที่กำลังตามหาดาบเล่มหนึ่งไปมอบให้อาจารย์ของเรา”

ซามูไรไม่สนใจคำร้องขอ กล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “ท่านจงดึงดาบขึ้นมาสู้กันเถอะ นี่เป็นภารกิจที่เราตั้งใจทำนั่นคือการฆ่าซามูไรให้ครบ 100 คน”

ด้วยความหวาดกลัวและพยายามที่จะเอาตัวรอด พระหนุ่มจึงตอบโต้ออกไปว่า “หากท่านปล่อยเราไปในวันนี้ เราสัญญาว่าจะกลับมาสู้กับท่านอีกครั้ง”

ที่จริงแล้วพระหนุ่มรูปนี้ก็ไม่ได้คิดจะรักษาคำพูดที่จะกลับมาอีกครั้ง ท่านเพียงแต่คิดที่จะเอาตัวรอดก็เท่านั้น เพราะการกลับมาก็เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายนั่นเอง

ทว่าซามูไรเชื่อพระหนุ่มรูปนั้น และปล่อยให้ท่านกลับวัดในวันนั้น

พระหนุ่มนำดาบที่เก็บได้มาถวายพระอาจารย์ที่สำนัก พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างภาคภูมิใจในไหวพริบที่เอาชีวิตรอดกลับมาได้อย่างหวุดหวิด เจ้าอาวาสกล่าวตอบพระหนุ่มด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องกลับไปสู้กับซามูไรอีกครั้ง เพราะเจ้าจะหันหลังให้ความท้าทายในชีวิตไม่ได้ เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับความกลัวและรักษาคำสัญญา นี่คือภารกิจของเจ้าในตอนนี้”

พระหนุ่มตะลึงในคำสั่งของพระอาจารย์และร้องออกไปว่ายังไงเสียก็จะไม่กลับไปให้ซามูไรฆ่าเป็นอันขาด เพราะท่านเองก็ไม่เคยฝึกฝนการต่อสู้ใดมาก่อน พระอาจารย์เจ้าอาวาสจึงยิ้มและสอนพระหนุ่มว่า “ไม่เป็นไรหรอก เมื่อถึงเวลาต่อสู้ เจ้าก็ดึงดาบออกมาถือแล้วชี้ดาบขึ้นท้องฟ้า แล้วหลับตา เชื่อข้าเถอะ เพียงทำตามที่ข้าบอก”

คืนนั้นพระหนุ่มกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ คิดที่จะหนีจากภารกิจนี้ได้อย่างไร แต่ยังไงก็คิดไม่ออก จนเกือบรุ่งเช้าในที่สุดท่านก็ทำใจยอมรับในชะตากรรมของตัวเองและคิดได้ว่าคืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ พระหนุ่มลุกขึ้นมาชื่นชมความงดงามในยามเช้าที่เจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจมาก่อน ด้วยคิดว่าวันนั้นคือวันสุดท้ายที่จะได้เห็นสิ่งเหล่านี้

เมื่อถึงเวลา พระหนุ่มจึงเดินทางออกไปพบซามูไรที่เคยหลุดปากพูดไป เมื่อทำใจเผชิญหน้ากับความตายที่จะมาถึงได้ พระหนุ่มก็เดินเข้าหาความกลัวนั้นอย่างสุขุม สงบ

พระหนุ่มมาถึงที่นัดหมายกับซามูไรด้วยใบหน้าที่เยือกเย็น มือถือดาบเล่มนั้นไว้แน่น ซามูไรเห็นเช่นนั้นก็กล่าวว่า “ข้าขอชื่นชมที่ท่านรักษาคำพูด ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะสู้กันแล้ว”

พระหนุ่มจำคำสอนของพระอาจารย์ได้ดี ท่านจึงดึงมีดดาบออกมา ชี้ขึ้นฟ้า แล้วยืนหลับตาเช่นนั้น ด้วยรู้ว่าจะต้องตายในไม่ช้า พระหนุ่มบอกกับตัวเองว่าขอตายอย่างสงบไม่ต้องรู้เห็นก็แล้วกัน

ด้วยท่าทีที่แปลกประหลาดของพระหนุ่ม ทำให้ซามูไรคนนั้นเดินรอบๆ พระ ด้วยความตระหนก ตอนแรกซามูไรรู้สึกสับสน จากนั้นจึงกลายเป็นความกลัว เพราะซามูไรที่เขาได้เคยต่อสู้มาไม่เคยมีคนไหนที่จะสงบ นิ่ง และยืนหลับตาแบบนี้มาก่อน

ในที่สุดซามูไรก็บอกกับตัวเองว่า “แน่นอน ท่านผู้นี้คงจะเป็นซามูไรที่เก่งกาจที่สุดที่เขาเคยพบมา ท่านยอมกลับมาสู้กับเรา แถมยังมายืนหลับตานิ่งอีก” คิดได้เช่นนี้ ซามูไรจึงย่อตัวลงนั่งคุกเข่า

เวลาผ่านไปพอสมควร เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น พระหนุ่มก็ค่อยๆ เปิดตาขึ้นมองเห็นซามูไรนั่งคุกเข่าขอชีวิตอยู่ข้างหน้า “ข้าช่างโง่เขลาสิ้นดีที่คิดจะฆ่าซามูไรให้ครบ 100 คน เพราะคิดว่านั่นจะทำให้ข้าเป็นผู้กล้าหาญ ทว่าแท้จริงท่านต่างหากที่เป็นผู้เก่งกาจและหาญกล้า ข้าขอให้ท่านไว้ชีวิต และสัญญาว่าจะไม่ฆ่าใครอีก”

ถึงจะยังงงอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พระหนุ่มก็กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่สงบว่า “เอาละ ข้าจะไว้ชีวิตท่าน หากท่านไปจากที่นี่และสัญญาจะไม่ฆ่าคนอีก นอกจากนี้ท่านจะต้องสัญญาว่าทำความดีอีก 100 ครั้ง จากนี้ไป”

ซามูไรให้สัญญาและจากไป พระหนุ่มจึงกลับไปที่วัดอีกครั้ง พร้อมความเลื่อมใสในคำสอนของพระอาจารย์อย่างเต็มเปี่ยม ท่านเลิกบ่นและใช้ชีวิตในทุกวันประหนึ่งว่ามันคือวันสุดท้ายของชีวิต


..
.

บ่อยครั้งในชีวิตที่เรารู้สึกว่าเราคงไม่อาจประสบความสำเร็จหรือได้มาในสิ่งที่เราต้องการ เพราะคิดว่าเรายังอ่อนหัด เรายังไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ หรือไม่มีประสบการณ์พอ

แต่สิ่งแรกที่จะช่วยให้เราทำในสิ่งนั้นๆ ได้คือการยืดอกเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเอง จากนั้นเราควรพร้อมที่จะอ่อนน้อมยอมรับฟังผู้นำที่เราเคารพนับถือ และที่สำคัญเราจะต้องไม่วิ่งหนีความท้าทาย

เผชิญหน้ากับปัญหา ใช้ความรู้ความสามารถ และคำชี้แนะของผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนมาต่อสู้กับซามูไรในใจเอง…

..
.

เรื่องเล่า The Monk and the Samurai โดย Joseph T. Bismark เรียบเรียงจากหนังสือ The Gem Collection – A Compilation of Wisdom

สุขสันต์วันที่ยังกล้าๆ กลัวๆ แต่เราก็พยายามจะเดินเข้าหาความกลัวนั้นอย่างสงบค่ะ..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s