เอื้ออารี

29511026_1827373567297281_995152566043111284_n

“ฉันเป็นคุณแม่ลูกสาม ลูกๆ ของฉันอายุ 14, 12 และ 3 ขวบ ฉันเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีเมื่อไม่นานมานี้ และวิชาสุดท้ายที่เรียนคือสังคมวิทยา อาจารย์สอนได้ดีและเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างมาก โครงงานสุดท้ายที่เราต้องทำ มีชื่อว่า “รอยยิ้ม” นักศึกษาในชั้นได้รับคำสั่งให้ออกไปยืนยิ้มให้คนสามคน แล้วบันทึกปฏิกิริยาของคนเหล่านั้น ฉันเป็นคนเข้าคนง่าย มักยิ้มและเอ่ยทักทายคนอื่นเสมอ ฉันจึงคิดว่างานนี้ไม่น่าจะมีปัญหา

หลังจากที่ได้รับมอบหมายงาน สามีพาฉันและลูกชายคนเล็กไปทานอาหารเช้าที่ร้านแม็คโดนัลใกล้บ้าน ในยามที่อากาศยังหนาวเย็นในต้นเดือนฤดูใบไม้ผลิของเดือนมีนาคม สำหรับครอบครัวของเรานั่นคือการใช้เวลาที่มีความสุขร่วมกัน

ในขณะที่กำลังยืนเข้าคิวสั่งอาหาร ฉันเริ่มสังเกตว่าคนอื่นๆ เริ่มถอยร่นไป แม้แต่สามีก็ขอตัวไปนั่งรอที่โต๊ะ ฉันเองไม่ได้ขยับไปไหนแต่ความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในขณะที่หันไปมองว่าทำไมคนอื่นๆ จึงหลีกทางไป เมื่อหันไปฉันจึงได้กลิ่นตัวที่ค่อนข้างแรงของชายพเนจรสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน เมื่อฉันมองไปที่ชายตัวเตี้ยคนที่อยู่ถัดจากฉัน เขายิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร ดวงตาสีฟ้าอันสวยงามเปล่งปลั่งไปด้วยแสงของพระเจ้าที่กำลังรอการตอบรับ เขากล่าวทักทายฉันในขณะที่นิ้วมือยังถูเหรียญในมือไปมา

ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังชายคนนั้นปัดมือไปมาสะเปะสะปะ ฉันจึงสังเกตได้ว่าชายคนนั้นมีสุขภาพจิตไม่สมบูรณ์และชายตาสีฟ้าคือที่พึ่งของเขา ฉันกลั้นน้ำตาเมื่อเห็นสภาพนั้น เมื่อพนักงานขายถามว่าเขาต้องการรับอะไร ชายคนนั้นตอบอย่างสุภาพว่า “กาแฟถ้วยเดียวครับน้อง” เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่เขามีเงินพอจ่ายได้ (หากต้องการนั่งในร้านที่อบอุ่น เขาต้องสั่งอะไรสักอย่างจึงจะนั่งในร้านได้ เขาเพียงอยากอยู่ในที่ที่อบอุ่น)

ฉันรู้สึกถึงแรงผลักดันภายในจนเกือบจะเอื้อมแขนไปโอบใหล่ชายตัวเตี้ยคนนั้นไว้ แต่ฉันก็รู้สึกถึงสายตาของผู้คนในร้านที่มองมา ฉันทำได้เพียงยิ้มและขอให้พนักงานสาวที่เค้าน์เตอร์จัดอาหารเช้าเพิ่มให้ฉันอีกสองชุด

ฉันถือถาดอาหารเดินไปยังโต๊ะที่ชายสองคนนั้นนั่งพัก วางอาหารไว้บนโต๊ะและเอื้อมมือไปจับมืออันเย็นเฉียบของชายตาสีฟ้า เขาเหลือบตาขึ้นมามองฉันด้วยน้ำตาพร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณมาก” ฉันลูบมือเขาเบาๆ และกล่าวว่า “ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณหรอกนะ พระเจ้าอยู่ที่นี่และสั่งให้ฉันมาให้กำลังใจและความหวังกับคุณ”

น้ำตาฉันไหลเป็นทางยาวเมื่อฉันเดินไปสมทบกับสามีและลูกชายที่โต๊ะ เมื่อฉันนั่งลง สามียิ้มให้และกล่าวว่า “ด้วยเหตุนี้พระเจ้าจึงมอบคุณมาให้ผม…ที่รัก…เพื่อมาให้ความหวังกับผม” เราจับมือกันสักพัก และตระหนักได้ว่าเพราะความเมตตาที่พระเจ้ามีให้เราจึงสามารถให้คนอื่นได้ ถึงเราจะไม่ได้เข้าโบสถ์บ่อยๆ แต่เราก็เชื่อในพระเจ้า วันนั้นเป็นวันที่พระเจ้าแสดงให้เราเห็นถึงแสงอานุภาพแห่งความรัก

ฉันกลับไปโรงเรียนในชั่วโมงสุดท้ายพร้อมเรื่องเล่าเรื่องนี้ เมื่อส่งงานให้อาจารย์อ่าน อาจารย์ถามฉันว่าขอแบ่งปันเรื่องนี้ได้ไหม ฉันผงกศรีษะรับ อาจารย์อ่านเรื่องนี้ให้เพื่อนๆ ในห้องเรียนฟัง

ฉันจึงได้ตระหนักว่ามนุษย์เราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เราแบ่งปันเพื่อเยียวยาคนอื่นและตัวเอง”

❣️❤️❣️❤️

รอยยิ้มที่ให้….คือรอยยิ้มของหัวใจที่ได้รับ

สุขสันต์วันที่เรามีใจเอื้ออารีค่ะ

เอื้ออารี เรียบเรียงจากเรื่องเล่าของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยอ่านผ่านตาค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s