ช่วงเวลาพิเศษ

39102572_2019285318106104_3112863193718849536_o.jpg

นานมาแล้ว ผมเป็นคนขับรถแท็กซี่ คืนหนึ่งมีผู้โดยสารเรียกให้ผมไปรับที่บ้านหลังหนึ่งตอนตีสองครึ่ง เมื่อไปถึงผมเห็นไฟดวงเล็กๆ ดวงเดียวเปิดอยู่ ผมไม่อยากใช้แตรเรียกเพราะเกรงจะรบกวนบ้านอื่นในละแวกนั้น นอกเสียจากในบางเขตที่ผมรู้สึกไม่ปลอดภัย ผมเดินไปเรียกที่ประตูบ้าน และบ่อยครั้งที่ลูกค้าอาจต้องการความช่วยเหลือในยามดึกดื่นเช่นนี้

‘รอเดี๋ยวนะ’ เสียงแผ่วเบาลอดประตูออกมาหลังจากที่ผมเคาะสองสามครั้ง เมื่อประตูเปิดออกมีหญิงชราวัยประมาณแปดสิบกว่าแต่งกายด้วยชุดสีสดใส สวมหมวกใบโต เหมือนในหนังช่วงห้าสิบปีที่แล้ว

ข้างๆ เธอมีกระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง ผมมองเข้าไปในบ้านดูเหมือนว่าจะไม่มีคนอยู่ เพราะเฟอร์นิเจอร์มีผ้าคลุมอยู่

ช่วยยกกระเป๋าไปที่รถหน่อยนะ หญิงชรากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ผมรีบยกกระเป๋าไปเก็บท้ายรถแล้วเดินกลับมาช่วยพยุงหญิงคนนั้น เธอเดินเกาะแขนผมไปที่รถอย่างช้าช้า

ตลอดเวลาเธอพร่ำคำว่าขอบคุณมิขาดปาก ผมบอกเธอว่าไม่เป็นไรจริงๆ “ผมปฏิบัติต่อลูกค้าเหมือนที่ผมอยากให้แม่ของผมได้รับ”

เมื่อขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว ผมเริ่มออกรถ เธอยื่นที่อยู่ที่ต้องการไปให้ผมแล้วกล่าวว่า “คุณช่วยขับผ่านตัวเมืองนะ”

ผมมองไปที่ที่อยู่แล้วกล่าวว่า “ทางผ่านเมืองมันเป็นทางอ้อมนะครับ” หญิงชราตอบว่า “ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันไม่รีบ ฉันพอมีเวลาอยู่บ้าง ที่อยู่นั้นคือบ้านพักผู้ป่วยระยะสุดท้าย”

ผมมองเธอผ่านกระจกหลัง เธอรีบอธิบายต่อพร้อมรอยยิ้มที่พยายามเหมือนจะบอกผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน “ฉันไม่มีสมาชิกในครอบครัวเหลืออีก และหมอบอกว่าฉันคงอยู่ได้อีกไม่นาน”

ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปปิดมิเตอร์อย่างเงียบๆ “คุณจะไปถนนสายไหนดีครับ” ผมถามเพื่อทำลายความเงียบงัน

สองชั่วโมงจากนั้น ผมขับรถผ่านตัวเมือง หญิงคนนั้นเล่าให้ผมฟังว่าเธอเคยทำงานในตึกไหนบ้างเมื่อเธอยังเป็นสาวรุ่นอยู่ เราขับผ่านแถบบ้านที่เธอเคยอาศัยอยู่กับสามีเมื่อเธอแต่งงานใหม่ๆ เธอชี้ให้ผมดูโรงละครที่เธอเคยไปดู ผับที่เธอเคยไปเต้นรำ

บางทีเธอขอให้ผมจอดหน้าอาคารแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วเธอก็นั่งจ้องตึกนั้นผ่านความมืดอย่างเงียบๆ

เมื่อแสงทองของรุ่งเช้าเริ่มปรากฎขึ้น หญิงชราบอกกับผมว่า “เราไปกันเถอะ ฉันเหนื่อยแล้ว”

ผมขับรถไปส่งเธอที่ที่อยู่ที่เป็นบ้านพักคนไข้ระยะสุดท้ายอย่างเงียบๆ บ้านพักที่ว่าเป็นตึกชั้นเดียวดูเรียบง่าย เมื่อรถเข้าไปจอดก็มีพนักงานสองคนออกมาต้อนรับตามที่นัดหมายกันไว้

เมื่อผมเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางออกจากกระโปรงหลังรถ หญิงชราคนนั้นนั่งรถเข็นเป็นที่เรียบร้อย

“ค่ารถเท่าไหร่” หญิงชราถามผม
“ฟรีครับ” ผมตอบ
“ไม่เอา คุณต้องใช้เงิน” เธอกล่าวต่อ
“ผมยังมีลูกค้าคนอื่นอีก” ผมตอบอย่างจริงใจ

ผมโน้มตัวลงไปกอดเธอ เธอกอดไหล่ผมแน่นพร้อมกล่าวว่า “คุณช่วยทำให้คนแก่คนหนึ่งมีช่วงเวลาแห่งความสุข ขอบคุณมากนะ”

ผมจับมือเธอเพื่อกล่าวลาเป็นครั้งสุดท้าย ผมหันหลังเดินไปที่รถท่ามกลางแสงสลัวของยามเช้า และประตูบ้านพักปิดลง เหมือนชีวิตหนึ่งที่จบลงเช่นกัน

ผมไม่ได้รับลูกค้าคนใดอีกในเช้าวันนั้น ผมขับรถไปอย่างไร้จุดหมายจนถึงเวลาคืนรถ วันนั้นผมพูดอะไรไม่ออก หากผมไม่ได้เป็นคนไปรับเธอ หากมีแทกซี่คันอื่นที่รีบแล้วไม่ทำตามที่เธอขอ ผมคิดมาถึงตรงนี้แล้วบอกกับตัวเองว่า คงไม่มีครั้งไหนที่ผมได้ทำอะไร เพื่อใคร ที่สำคัญเหมือนในครั้งนี้

💜❣💜❣💜❣

เรามักอยากมีช่วงเวลาที่สุดพิเศษ
แต่บางทีช่วงเวลาพิเศษก็อาจมาถึงในยามที่เราไม่รู้ตัว
ด้วยความงดงามในรูปแบบคนอื่นอาจมองว่าไม่สลักสำคัญใด
แต่สำคัญยิ่งในใจเรา

สวัสดียามเช้าค่ะ

(ช่วงเวลาพิเศษ เรียบเรียงมาจาก A Cab Ride I’ll Never Forget
https://www.kindspring.org/story/view.php?sid=8769)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s