ดนตรีที่เพราะที่สุดในโลก

35886210_1932481780119792_2938195876041981952_n

ณ หอประชุมแห่งหนึ่งในเมืองนิวยอร์ก วันที่ 18 พฤศจิกายน 1995 ได้มีการแสดงไวโอลินของนักไวโอลินชื่อดัง ยิตซัก เพิร์ลแมน

ขณะที่คอนเสิร์ตกำลังจะเริ่ม ยิตซักก็เดินขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจในทุกย่างก้าวอย่างช้าช้า คนที่ไปดูคอนเสิร์ตในวันนั้นต่างรู้ดีว่าแค่การเดินขึ้นเวทีก็ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของนักไวโอลินผู้นี้ เพราะเขาใส่เฝือกที่ขาทั้งสองข้าง และเดินด้วยไม้เท้าช่วยเดินเพราะเป็นโปลิโอตั้งแต่อายุสี่ขวบ แต่ด้วยใจรักในดนตรีเขาจึงได้ทุ่มเทแรงใจแรงกายในการฝึกฝน เรียนรู้ จนกลายเป็นนักไวโอลินที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่ง เขาแสดงไวโอลินโดยการนั่งเก้าอี้

นักไวโอลินผู้มีชื่อเสียงเดินไปที่เก้าอี้ นั่งลง ปลดไม้ค้ำยัน วางมันลงข้างๆ ปลดเฝือกที่ขาออกทีละข้างอย่างช้าช้า พอหายเหนื่อย เขาก้มหยิบไวโอลินขึ้นมา วางบนบ่า ให้สัญญานคอนดักเตอร์เริ่มเพลง แล้วเริ่มบรรเลงเพลงอย่างไพเราะจับใจ คนที่ไปดูคอนเสิร์ตของเขาจะคุ้นเคยท่วงท่าของเขาอยู่แล้ว ทุกคนจะนั่งเงียบกริบในระหว่างที่เขาเตรียมตัวบรรเลงเพลง

แต่ทว่าพอเริ่มเพลงได้ไม่นาน สายไวโอลินสายหนึ่งของเขาก็ขาดลง ส่งเสียงดังไปทั่วห้องซึ่งใครใครก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็คิดว่าสิ่งที่เขาจะทำจากนั้นก็คือ วางไวโอลินลงข้างๆ กาย ใส่เฝือกให้ขาของเขาทีละข้าง หยิบไม้ค้ำยันจากพื้น พยุงร่างกายของเขาเดินข้ามเวทีลงไปเอาไวโอลินเครื่องใหม่ หรือหาสายไวโอลินมาเปลี่ยนสายที่ขาด

แต่เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น!

เขารวบรวมสมาธิอยู่พักหนึ่ง หลับตาลง แล้วส่งสัญญาณให้คอนดักเตอร์เริ่มเพลงขึ้นอีกครั้ง วงออเคสตร้าเริ่มบรรเลงและเขาก็บรรเลงต่อจากที่หยุดไปเมื่อสักครู่ เขาเล่นไวโอลินด้วยพลัง ด้วยความรัก และด้วยจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน ซึ่งใครใครก็รู้ว่าไม่มีใครจะสามารถเล่นไวโอลินสามสายได้ให้สมบูรณ์เหมือนเครื่องที่มีสี่สายได้ คุณรู้ ฉันก็รู้ แต่คืนนั้นยิตซักปฏิเสธที่จะรับรู้ คืนนั้นเขาปรับเปลี่ยน แต่งเพลงในสมองในขณะนั้น เขาไล่คีย์ไปในขณะที่เล่นไปกับออเคสตร้าจนได้เสียงใหม่ ทำนองใหม่ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

พอจบเพลง ปรากฎความเงียบงันพักหนึ่งในหอประชุม และผู้คนก็ลุกขึ้นยืนปรบมือเสียงดังก้องทั่วหอประชุม ผู้คนปรบมือ ส่งเสียงเชียร์ดังก้อง นานแสนนานเพื่อแสดงความชื่นชมในสิ่งที่เขาทำ

ยิตซัก เพิร์ลแมน ยิ้ม ปาดเหงื่อบนหน้าผาก ยกมือขึ้นเพื่อให้ผู้ชมเพลาเสียงลง และกล่าวขึ้นด้วยถ้อยคำที่ปราศจากความเย่อหยิ่ง น้ำเสียงที่เบาๆ แต่หนักแน่นว่า

“ในบางครั้งมันเป็นหน้าที่ของศิลปินที่จะพยายามค้นหาและเล่นดนตรีกับสิ่งที่เรามีเหลือ” ช่างเป็นคำพูดที่กินใจเหลือเกิน

สิ่งที่เขาแสดงออกคือนิยามของชีวิตที่ไม่จำกัดเฉพาะนักดนตรี แม้ยิตซักจะเป็นศิลปินที่ฝึกฝนเตรียมตัวมาตลอดชีวิตในการเล่นไวโอลินสี่สาย แต่ในระหว่างกลางคอนเสิร์ตจู่ๆ ไวโอลินของเขาก็มีอยู่แค่สามสาย เขาก็เล่นดนตรีจากสามสายที่มี และดนตรีที่เกิดขึ้นจากไวโอลินสามสายในคืนวันนั้นก็เป็นดนตรีที่ไพเราะ จับใจและน่าจดจำกว่าดนตรีที่เขาเคยเล่นมาเมื่อเขามีไวโอลินที่สมบูรณ์

🎻 🎻 🎻 🎻🎻 🎻

หน้าที่ของเราในโลกที่ไม่แน่นอน
โลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาที่เรากำลังอาศัยอยู่
คือการเล่นดนตรีแห่งชีวิตกับสิ่งที่เรามีอยู่ในตอนแรก
และในยามที่มันเป็นไปไม่ได้อีก
เราก็ต้องเล่นดนตรีกับสิ่งที่เรามีเหลือ…

เหมือนนกน้อยในกรงตัวนี้
ที่กำลังส่งเสียงร้องอันไพเราะ ชวนฟัง
อยู่ในกรงหน้าอพาร์ตเมนท์ของเพื่อนบ้านในเช้าวันนี้

พยายามร้องเพลงและเล่นดนตรีกับสิ่งที่มีเหลือในวันนี้นะคะ
มันอาจเป็นเพลงที่เพราะที่สุดที่เราอาจสร้างสรรค์แก่โลกก็ได้

อุษาสวัสดิ์เช้าวันที่เราต่างบรรเลงดนตรีที่ชีวิตที่ไพเราะค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s