ยิ่งนิ่ง ยิ่งรู้สึกผิด

29433314_1825061540861817_8245613063948992512_n.jpg

 

ค่ำที่ผ่านมาเรามีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆ กลุ่มเล็กๆ ที่ร้านอาหารในศูนย์การค้าใจกลางเมือง วันนี้ที่จอดรถที่ห้างนั้นก็เต็มอีกตามเคย ที่จอดรถไม่พอคือปัญหาสำคัญของที่นี่โดยเฉพาะในยามเย็นและวันหยุด

เราขับวนกันอยู่นานจนมาถึงชั้นบนสุดของอาคารที่จอดรถ พอดีมีรถคันหนึ่งกำลังเตรียมตัวออก เราก็ชะลอความเร็วลงให้รถคันนั้นขับออกไปจากช่องจอดรถ ถัดจากช่องจอดรถข้างหน้าสองช่อง มีรถคันหนึ่งจอดรออยู่แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะถอยมาจอด เรารออยู่หนึ่งอึดใจ “เขาคงมารอเฉยๆ ไม่ต้องการที่จอดหรอกมั้ง” คนขับรถข้างกายกล่าวแล้วก็ทำการถอยรถเข้าจอดช่องที่ว่างนั้น รถคันนั้นก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเคลื่อนที่ พอจอดรถเสร็จเราก็เดินผ่านรถคันนั้นเพื่อไปประตูทางเข้าห้าง

ฉันแวะเข้าไปถามหญิงคนที่ขับรถว่ารอที่จอดรถหรือเปล่า เธอเลื่อนกระจกรถลงด้วยสีหน้าปกติและตอบว่า “รออยู่ แต่ไม่เป็นไร” พร้อมยิ้มให้ เท่านั้นคนขับรถข้างกายก็รีบเดินแจ้นไปขับรถออกจากช่อง ฉันกล่าวขอโทษเธอคนนั้นและบอกว่าเราคิดผิด เธอยิ้มและยืนยันว่าเธอไม่เป็นไร และเพราะเธอเองก็ไม่ได้สังเกตว่ามีรถขับออกไปเพราะกำลังอ่านอะไรสักอย่างจาก ipad ขณะที่รอ เพิ่งจะมาเห็นก็ตอนที่รถเราเข้าจอดไปแล้ว

ฉันเดินกลับไปนั่งในรถรอช่องที่จอดใหม่ เธอถอยรถเข้าจอดแล้วเดินเข้าห้างไป ก่อนนั้นเธอยังหันมายิ้มให้เราอีก หลังจากนั้นอีกไม่นาน เราก็ได้ที่จอดรถโดยไม่ไปตัดหน้าใคร

ในระหว่างที่เดินเข้าห้าง ฉันแซวคนใกล้ตัวว่าวันนี้เขามาแปลกที่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้น เพราะปกติเขาเป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ เขายิ้มอย่างอายๆ และบอกว่า “คุณก็รู้…ถ้าเป็นคนอื่นเราคงโดนด่าไปแล้ว แต่นี่เธอไม่โกรธ ผมยิ่งรู้สึกผิด”

เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้ฉันนึกถึงเด็กชายชาวปาเลสไตน์คนหนึ่ง เด็กชายอายุประมาณ ๑๓ ปี ร้องไห้ฟูมฟายไปหา มูบารัค อาวัด นักกิจกรรมผู้ไม่ใช้ความรุนแรงชาวปาเลสไตน์ ขณะที่มูบารัค กำลังทำงานอยู่ในกาซ่า ที่ที่มีการต่อสู้กันระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

เด็กคนนนั้นเล่าให้มูบารัคฟังว่าเขามาจากค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง วันนั้นเขาขว้างก้อนหินใส่ทหารชาวอิสราเอลคนหนึ่ง เขาขว้างก้อนหินใส่ทหารคนนั้นสามครั้ง และทหารคนนั้นก็ตีเขาสามครั้ง ครั้งที่สามเขาถูกตีหนักมากกว่าครั้งอื่น ครั้งที่สี่เด็กชายก็ปาก้อนหินใส่ทหารคนนั้นอีก ทหารคนนั้นจึงวิ่งไล่จนเขาถูกจับได้ เมื่อถูกจับได้เด็กคนนั้นก็คิดว่าคราวนี้เขาคงจะถูกตีหนักกว่าเดิม

แต่ทหารคนนั้นกลับกอดเด็กชายไว้แน่น!

เด็กคนนั้นร้องไห้ไปหามูบารัคเพราะเขาสับสน ไม่เข้าใจที่ “ทำไมเขากอดผม?”

มูบารัคบอกเด็กชายคนนั้นว่า “เพราะทหารอิสราเอลคนนั้นเป็นมนุษย์ไงล่ะ!”

❤️💞💕

วันนี้ ณ ที่ชั้นบนสุดของที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าหนึ่ง ใครคนหนึ่งรู้สึกผิดและรีบแก้ไขความผิดด้วยเต็มใจให้เพราะความนิ่ง ความไม่โกรธ และรอยยิ้มของอีกฝ่าย

วันนั้น ณ พื้นที่ที่เปราะบางแถบกาซ่า เด็กชายคนหนึ่งร้องไห้ สับสน ไม่เข้าใจ เมื่อมนุษย์ที่เขาคิดว่าเป็นศัตรู “กอด”

วันพรุ่งนี้หากใครบางคนบังเอิญเจอก้อนหินที่ปาลงมาในที่ทำงาน เราคงสามารถ “กอด” คนที่ขว้างก้อนหินได้โดยใช้ “หัวใจโอบกอด” นะคะ

สุขสันต์วันที่เราพร้อมรับทุกสถานการณ์ด้วยความสงบนิ่งค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s