ริมแม่น้ำสิงคโปร์ – จุดเริ่ม

41876587_2068301153204520_7393905935162277888_n.jpg

ริมแม่น้ำสิงคโปร์ซึ่งมีตึกราสูงห้อมล้อมไปทั่วเมื่อหลายปีที่แล้ว ดูไม่ต่างไปจากตอนนี้มากมายนัก นอกไปเสียจากความแออัดของตึกใหม่ๆ ที่มีจำนวนมากขึ้น และฟ้าก็ยังคงครึ้มเหมือนเคย เรือผู้โดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวลำน้อยใหญ่ก็ยังคงแล่นไปมาเหมือนเดิม ร้านอาหารหลากหลายยังคงเปิดให้บริการอย่างคึกคักและจำนวนผู้คนที่หลากหลายขึ้น แม่น้ำสีคล้ำยังคงไหลกระเพื่อมอย่างไม่ขาดสายทำหน้าที่เหมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเมืองเล็กๆ นี้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

ยามบ่ายวันหนึ่ง ณ ที่นี้ฉันเคยมานั่งที่นี่เพื่อถามตัวเองว่าจะมาพำนักอยู่ในบ้านเมืองนี้ได้ไหม จะมาหางานทำที่นี่ได้ไหม จะจากทุกคนที่ฉันรักที่บ้านที่เพิ่งจะได้มาอยู่พร้อมหน้ากันอีกแล้วหรือ จะลาออกจากงานราชการที่มั่นคงที่เพิ่งเริ่มต้นมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งที่นี่ได้ไหม จะมาอยู่ในเมืองที่ฉันมีคนที่รู้จักอยู่แค่ไม่กี่คนอย่างนั้นหรือ

หลากหลายคำถามวนเวียนรอคำตอบจากหัวใจตัวเองในขณะนั้น

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกของการออกจากบ้านไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง จะว่าไปประสบการณ์ชีวิตนักเรียนที่ออสเตรเลียและอังกฤษน่าจะช่วยให้การตัดสินใจนั้นทำได้ไม่ยากนัก แต่ทว่าความไม่แน่นอนก็คือคำตอบที่พอจะมีได้ในขณะนั้น ภาพอนาคตที่พร่าเลือนอาจดูน่าพรั่นพรึง แต่ในความหวาดหวั่นนั้นก็ยังแฝงการแสวงหา ความท้าทาย และความฝันอยู่ในนั้นด้วย

ในที่สุดฉันก็ได้ย้ายออกมาจากความคุ้นเคย มาใช้ชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอนที่ว่า จากข้าราชการมาเป็นคนหางานทำ มาเป็นนักศึกษา ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นคือความ ‘ใหม่’ ที่น่าตื่นเต้นในชีวิตอีกครั้ง

แต่คุณเชื่อไหมในทุกย่างก้าวชีวิตที่อยู่กับความไม่แน่นอน คือช่วงเวลาที่เราจะได้ใช้หัวใจนำทางมากที่สุด ความงดงามในชีวิตที่เริ่มจากการใช้หัวใจตัดสิน ทำให้ฉันได้สัมผัสถึงอิสรภาพ มิตรภาพ และความรักที่เรียงรายอยู่รอบตัว

ฉันได้ทำงานตามที่ใจปรารถนา แม้งานนั้นจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจากที่เคยทำแต่ฉันก็ได้ค้นพบว่างานและเพื่อนร่วมงานทำให้ฉันมีความสุขอย่างเหลือล้น จากอาจารย์มหาวิทยาลัยมาเป็นสาวโรงงานที่เพื่อนๆ เรียกขาน แต่ทุกๆ วันที่ออกจากบ้านไปทำงานคือการทุ่มเททั้งกายและใจที่นำไปสู่การเรียนรู้และประสบการณ์จริงที่ฉันโหยหามานาน

จากนั้นฉันก็ได้มีโอกาสเรียนต่อทำวิจัยในสาขาวิชาที่อยากเรียน การทำงานกับการเรียนที่เกื้อหนุนกัน ทำให้ฉันมีเรี่ยวแรงมีพลังที่จะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปได้อย่างน่าทึ่ง แม้ว่าเจ็ดวันต่อสัปดาห์คือเวลาทั้งหมดที่มีสำหรับการเรียนและการทำงาน แต่ฉันก็ไม่รู้สึกว่าทนไม่ได้ ก็ในเมื่อเหลียวซ้ายแลขวา แทบทุกคนรอบข้างก็มุ่งมั่นทำงานกันอย่างหนักหน่วงแทบทุกวันอยู่แล้ว ฉันจึงเป็นเพียงหนึ่งในบรรดาคนเหล่านั้นและไม่มีความแปลกแยกใด

และทุกวันนี้ฉันก็ยังคงทำงานที่ฉันรักอย่างมีความสุข และรู้สึกตื่นเต้นในทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะฉันรู้ว่างานที่ทำมีความหมายกับชีวิตคนอื่นอีกมากมายบนโลกใบนี้

มีคนบอกว่าผู้คนที่นี่ทำงานกันหนัก Workaholic ดูเหมือนจะเป็นคุณสมบัติติดตัวที่ทุกคนในเมืองนี้มีอยู่ในสายเลือด และก็เพราะคำคำนี้ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าภาพความไม่แน่นอนที่เคยมีได้ก่อร่างเป็นชีวิตจริงที่ชัดเจนขึ้น ทำให้มีการค้นพบหลังการแสวงหา ทำให้ความท้าทายมีรสชาติน่าลิ้มลอง และทำให้หลายๆ ความฝันนั้นเป็นจริง

วันนี้ฉันมายืนอยู่ริมแม่น้ำสิงคโปร์อีกครั้ง ไม่ได้จะมานั่งวาดฝันถึงอนาคตอันลางเลือนเหมือนครั้งก่อน แต่จะมาบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาที่มีค่า ที่ยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ เพื่อบอกให้แม่น้ำรับรู้ว่า แม่น้ำหล่อเลี้ยงเมืองและผู้คนที่นี่มาเพื่อให้เขาเติบโตขึ้น มิตรภาพและความรักของผู้คนในเมืองนี้ก็หล่อเลี้ยงหัวใจคนไกลบ้านอย่างฉันให้สมบูรณ์ขึ้น ให้สิ่งดีดีหลั่งไหลเข้ามาในชีวิตโดยไม่ขาดสายเช่นกัน

ใครบางคนบอกไว้ว่า ชีวิตก็เหมือนหนังสือ บางตอนก็เศร้า บางตอนก็สุข บางช่วงก็น่าตื่นเต้น แต่หากเราไม่ยอมเปิดอ่าน เราก็จะไม่รู้เลยว่าตอนต่อไปมันจะเป็นอย่างไรบ้าง

ฉันขอบคุณการตัดสินใจในก้าวที่กล้าในวันนั้น
ขอบคุณค่ะ….แม่น้ำสิงคโปร์

🍃🍂🍃🍂🍃🍂

ขอบคุณหลากข้อความที่ส่งมาในอินบ๊อกซ์ถามว่าแอดมิน อยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ชีวิตในแต่ละวันเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมจึงขยันนำเรื่องราวต่างๆ มาลงจัง ฯลฯ….เดี๋ยวแอดทยอยเล่าให้ฟังนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s