อนุสาสิกชาดก

31641347_1870116806356290_5877969559859757056_o.jpg

เมื่อสมัยพุทธกาล สาวนางหนึ่งในเมืองสาวัตถีได้มาบวชเป็นพระภิกษุณี ทว่าเมื่อบวชแล้วนางก็ไม่ได้ครองตนในสมณเพศอย่างเคร่งครัด จิตยังคงลุ่มหลงในสิ่งของที่มีผู้นำมาบูชา ชอบออกบิณฑบาตไปในที่ต่าง ๆ ตามลำพัง

ครั้งหนึ่งพระภิกษุณีได้ไปรับบิณฑบาตด้วยอาหารอันประณีตจากชุมชนหนึ่ง พระภิกษุณีจึงเกรงว่าหากมีภิกษุณีคนอื่น ๆ มาบิณฑบาตในชุมชนเดียวกัน ลาภสักการะของตนก็จะลดลง ตั้งแต่วันนั้นพระภิกษุณีรูปนี้ก็เฝ้าบอกเตือนภิกษุณีรูปอื่น ๆ ว่าไม่ควรไปบิณฑบาตในแถบชุมชนนั้นเพราะมีอันตรายต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นสุนัขดุ ช้างไม่เชื่องมากมาย พระภิกษุณีรูปอื่นๆ จึงไปบิณฑบาตยังชุมชนอื่นแทน

วันหนึ่งในขณะที่ไปบิณฑบาตในชุมชนที่ตนห้ามคนอื่นไป พระภิกษุณีรูปนั้นบังเอิญไปโดนแพะดุวิ่งเข้าชนจนขาหัก ผู้คนใุนนั้นจึงช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนำภิกษุณีส่งกลับไปยังสำนัก เมื่อความทราบไปยังพระรูปอื่น ๆ จึงมีการกล่าวโทษเธอในธรรมสภา

เมื่อพระศาสดาได้ทรงทราบเรื่องราว ทรงตรัสกับหมู่พระภิกษุสงฆ์ในที่นั่นว่า ไม่ใช่เพียงในชาตินี้ที่ภิกษุณีเที่ยวสอนคนอื่น แต่ตนเองไม่ประพฤติตาม เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดมาก่อนหน้านี้แล้ว…

ครั้งนั้นนางนกสาลิกาตัวหนึ่ง ชอบออกจากฝูงแอบไปหากินเพียงลำพัง วันหนึ่งมันได้ไปเก็บกินข้าวที่ตกตามทางเกวียนในป่าลึก มันกลัวว่านกตัวอื่นๆ จะรู้แหล่งที่หากินที่ใหม่ของมัน มันจึงพร่ำบอกนกตัวอื่นๆ ว่าอย่าไปหากินในป่าลึกแถบนั้นเพราะอันตรายต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นฝูงช้าง ฝูงม้าที่ผ่านไปมา ตลอดจนวัวเทียมเกวียน ที่วิ่งอย่างรวดเร็วอีกด้วย ถ้าใครเผลออาจถูกทับตาย จึงไม่ควรพากันไปหากินแถบนั้น

ด้วยความที่มันชอบพร่ำสอนนกตัวอื่น ๆ บรรดานกทั้งหลายจึงตั้งชื่อให้มันว่า ‘อนุสาสิกา’ แปลว่าแม่ช่างสอน

เมื่อนกสาลิกาตัวนั้นเห็นว่านกตัวอื่นๆ เชื่อตน มันจึงแอบออกไปกินข้าวที่หล่นตามทางตามเดิม วันนั้นมันจิกกินเมล็ดข้าวและถั่วต่างๆ บนทางเกวียนจนเพลิน มันจึงไม่ทันสังเกตเห็นโคเทียมเกวียนที่ลากมาอย่างรวดเร็ว ล้อเกวียนได้บดทับร่างของมันจนบาดเจ็บสาหัสทั่วทั้งตัว

นกจ่าฝูงเมื่อไม่เห็นนกสาลิกากลับมาจึงให้บริวารนกตัวอื่นออกตามหา จนมาพบนกสาลิกาตัวดังกล่าวนอนตายอยู่บนทางเกวียนในป่าลึกนั่นเอง

นกสาลิกา ตัวนั้นคือพระภิกษุณีในชาตินี้
นกจ่าฝูง คือสมเด็จพระศาสดา

……

ในชีวิตประจำวันของเรา อาจมีบางครั้งที่เราได้มาพบเจอผู้คนที่ให้คำแนะนำต่างๆ ที่ดูเหมือนว่าจริงใจและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยต่อเรา ทว่าลึก ๆ แล้วยังมีเรื่องของผลประโยชน์ของผู้ให้คำแนะนำแอบแฝงอยู่ในนั้น เมื่อความจริงปรากฏ เราอาจรู้สึกผิดหวังกับบุคคลนั้น แต่หากเราพิจารณาตามคำสอนขององค์พุทธะ เราคงไม่ต้องทำอะไรเลยกับกรณีนี้ เพราะบุคคลนั้นย่อมได้รับผลของการกระทำของตนไม่ช้าก็เร็ว

นิสัยหรือความประพฤติของคนเรา ที่เห็นกันอยู่ในวันนี้ อาจเป็นเพราะเราเคยทำ เคยปฏิบัติมาแล้วในครั้งก่อน ๆ หากพิจารณาดูแล้วเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี เราก็ควรทำต่อไป หากเป็นสิ่งที่ควรปรับปรุง เรายังมีโอกาสแก้ไขตัวเราในวันนี้

เรียบเรียงจาก อนุสาสิกชาดก
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ขอให้เพื่อน ๆ มีความสุขในการอ่านและปฏิบัติธรรม
เพราะเห็นนกสาลิกามากมายทั่วไปในไต้หวัน เลยนึกถึงชาดกนี้ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s