เหตุผลที่จะรัก

27752143_1784590494908922_9205903422528185852_n.jpg
ด้วยนิสัยส่วนตัวฉันไม่ชอบการเดินทาง แม้ว่าจะต้องเดินทางบ่อยเพราะภาระหน้าที่ และฉันก็บอกกับตัวเองเสมอว่าเรามีโอกาสดีกว่าคนอื่นอีกมาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้รักการเดินทางขึ้นมามากนัก ยิ่งบางเมืองบางประเทศด้วยแล้ว การเดินทางไปมากกว่าครั้งหรือสองครั้ง ก็มักจะรู้สึกไม่อยากไปอีก หากไม่จำเป็นจริง ๆ
ทว่าการเดินทางไปอินเดียครั้งล่าสุด ทำให้ฉันรู้สึกต่างไปจากที่เคย
บ่ายวันอาทิตย์หนึ่งที่เมืองบังกาลอร์ เราชวนกันออกไปเยี่ยมชมวัดโคนันทิ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่ศักดิ์สิทธิและมีชื่อเสียงของเมืองนี้ ว่ากันว่าถ้าใครไปไหว้ขอพรและใช้มือจับขาของรูปปั้นโคนันทิ คนนั้นจะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ดังนั้นจึงมีผู้คนทั้งชาวบังกาลอร์และนักท่องเที่ยวต่างเมืองไปไหว้ขอพรที่วัดนี้มากพอสมควร
ขณะที่เรากำลังเดินขึ้นบันไดทางขึ้นวัด ก็มีเด็กผู้ชายวัยประมาณ 5-6 ขวบ สองคนวิ่งเล่นกันอยู่ แล้วเขาก็วิ่งเข้ามายิ้มและทักทายด้วยภาษาอังกฤษง่าย ๆ คงเพราะเห็นเราเป็นคนต่างชาติ เด็กผู้ชายคนหนึ่งชี้ไปที่กล้องถ่ายรูปแล้วบอกว่า “โฟโต้” คนข้างกายก็เลยถามว่าอยากถ่ายรูปไหม แทนคำตอบเด็กทั้งสองรีบถอยออกไปโพสท่าถ่ายรูปด้วยการยืนตรงแล้วยิ้มกว้าง พอถ่ายรูปเสร็จเด็กชายก็มองรูปตัวเองจากจอกล้องอย่างตื่นเต้น พร้อมหันไปเรียกครอบครัวของเขาซึ่งนั่งอยู่ที่เชิงบันไดมาดูด้วย ถึงตอนนั้นเราพึ่งรู้ว่าเด็กชายสองคนนั้นมาวัดนี้กับครอบครัวหลายคน
แม่ ป้า น้า และยายของเด็กชายทั้งสอง ก็ดูตื่นเต้นกับรูปที่เห็นมาก หญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นแม่ของเด็กชายทั้งสองแนะนำตัวเองว่าเธอชื่อวิกเนช ก็ขอให้เราถ่ายรูปลูกชายคนเล็กวัยประมาณขวบกว่า ๆ ให้อีกคน เพราะว่ายังไม่มีรูปถ่ายของลูกคนเล็กเลย
หลังจากที่เราตอบตกลง ทั้งครอบครัวก็กระวีกระวาดแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่หมวกให้เจ้าตัวเล็กของบ้าน เด็กชายคงงงไม่น้อยที่บรรดาผู้ใหญ่ทั้งหลายจู่ ๆ ก็จับเอาเขาแปลงโฉมในเวลาอันรวดเร็ว
แล้วช่างภาพจำเป็นก็ถ่ายรูปให้ครอบครัวนี้รูปแล้วรูปเล่าจนครบทุกคน จากนั้นวิกเนชก็ให้อีเมลล์ส่วนตัวของเธอมา พร้อมขอให้เราส่งรูปไปให้เธอ เราสัญญาว่าจะส่งรูปไปให้เธอหลังจากกลับไปถึงโรงแรม เธอกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำอีกบอกว่ายังไม่เคยมีรูปครอบครัวสวยๆ แบบนี้มาก่อน
ก่อนเราจะขอตัวเดินขึ้นไปเยี่ยมชมวัดตามที่ตั้งใจไว้ เธอเอ่ยถามว่าเราจะอยู่ที่วัดนานไหม เราตอบว่าคงประมาณหนึ่งชั่วโมงเพราะอยากไปในเมืองหลังจากนั้น
เราเดินเยี่ยมชมรูปปั้นโคนันทิ พร้อมนมัสการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และนั่งสมาธิในวัดพอได้เวลา จึงชวนกันเดินกลับลงมาตามทางเดินเดิม วิกเนชเดินเข้ามาหาเราพร้อมขอให้เราถ่ายรูปเธอกับสามีให้ เธอแนะนำให้รู้จักสามีซึ่งเธออุตสาห์โทรศัพท์ไปเรียกให้เขามาจากบ้าน ซึ่งเขาต้องขี่มอเตอร์ไซด์มาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อมาถ่ายรูปครอบครัวที่นี่
ได้ยินดังนั้นเราจึงให้บริการถ่ายรูปครอบครัวที่สมบูรณ์ขึ้นอีกรอบ วิกเนชให้อีเมลล์ของที่ทำงานเธอและอีเมลล์ที่ทำงานของน้องสาวมาอีกเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะได้รับรูปของครอบครัวแน่นอน
ขณะนั่งรถกลับโรงแรม คนข้างกายบอกว่าหากการเดินทางมาอินเดียครั้งนี้จะมีประโยชน์และมีความหมายขึ้นมาอีก ก็คงเพราะการได้ช่วยให้ครอบครัวนี้มีรูปครอบครัวในวันนี้แหละ ฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเมื่อนึกถึง ความตื่นเต้นในแววตา ความประหม่า และรอยยิ้มอย่างมีความสุขของครอบครัววิกเนชในขณะนั้น
ในบ้านเราคงแทบจะไม่มีใครไม่มีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเอง ในขณะที่เราถ่ายรูปเซลฟี่ของเราเป็นว่าเล่นด้วยเทคโนโลยีที่เรามีในมือ การเดินทางไปสังคมอื่น ยังพอมีช่องว่างที่จะให้เราได้มีโอกาสสร้างความสุขให้คนอื่นอยู่
วิกเนช มีความสุขที่ได้รับรูปของครอบครัวเธอเรียบร้อย
ฉันเองก็มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงสิ่งเล็ก ๆ ที่เราได้ทำเพื่อคนอื่นด้วยความรัก
การเดินทางไปอินเดียหรือที่อื่นๆ ในทริปต่อไปคงไม่ต้องฝืนใจตนเองมากมายนัก เพราะฉันเริ่มพบเหตุผลที่จะทำให้รักการเดินทางขึ้นมาได้บ้าง
เพราะความรักเกิดจากความสุข และความสุขก็เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่มีประโยชน์และมีความหมายสำหรับคนอื่นด้วยความรัก
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
มีความสุขในวันที่เราค้นพบเหตุผลที่จะรักคนอื่นมากขึ้นค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s