แพ้ความสุข

40792353_2053983757969593_1566504555741446144_o.jpg

เธอเป็นหญิงแกร่ง ผู้หญิงที่เดินอยู่แถวหน้าในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทที่มีชื่อเสียงดีมากที่สุดบริษัทหนึ่งในอเมริกา ทุกวันเธอใช้ชีวิตแบบทำจริง เล่นจริง เธอทำงานได้แบบหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้งานสำเร็จลง แล้วเธอก็ฉลองความสำเร็จอย่างสุดเหวี่ยงกับเพื่อนร่วมงานที่เข้ากันดี กับการงานที่ก้าวหน้าและมั่นคง กับวิถีชีวิตในสังคมเมืองที่ออกจะบ้าระห่ำ เธอคิดว่านั่นคือชีวิตที่คุ้มค่าและเติมเต็ม

จนกระทั่งวันหนึ่งผลการตรวจสุขภาพประจำปีบอกว่าร่างกายเธอมีความผิดปกติบางอย่าง และแพทย์ประจำของบริษัทส่งตัวเธอเข้ารับการตรวจโดยละเอียด เธอรับฟังผลการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยความตกตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นคือความเป็นจริง เธอเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้าย และอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกประมาณ 3 – 6 เดือน

หลังจากที่เริ่มทำใจยอมรับความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้าแล้ว เวลาสามเดือนนั้นไม่นานเลย เธอตัดสินใจที่จะใช้เวลาที่เหลือทำในสิ่งที่แตกต่างออกไปและไม่เคยทำมาก่อน เธอตั้งใจขับรถเดินทางไปทั่วรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งใจทำเวลาในช่วงสุดท้ายของชีวิตให้ผ่อนคลายและมีความสุขอย่างที่สุด

กับชีวิตของเธอที่กำลังจะสิ้นสุดลง เธอตั้งใจให้ชีวิตอื่นอยู่รอดปลอดภัยให้ได้มากที่สุด เธอบริจาคเงินช่วยเหลือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า บ้านพักคนชรา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในระหว่างทางหากพบเจอเรือประมงที่นำสัตว์ทะเลที่ยังมีชีวิตเข้าฝั่ง เธอจะไปขอซื้อและปล่อยพวกเขากลับลงสู่ทะเลอีกครั้ง เธอบริจาคเงินช่วยเหลือศูนย์บรรเทาทุกข์ของสัตว์เร่ร่อนต่างๆ บริจาคเงินค่ารักษาหมาแมวที่ป่วยให้มีชีวิตรอด บริจาคเงินอุปถัมภ์หมาแมวจรจัดที่กำลังจะถูกฆ่าลงเมื่อไม่มีคนมารับไปเลี้ยง เธอไถ่ชีวิตไก่ หมู แพะ แกะ โค ที่กำลังจะถูกนำไปฆ่าเพื่อเป็นอาหาร

ในระยะเวลาสามเดือนเธอช่วยชีวิตของสัตว์ต่างๆ เกือบแสนชีวิตด้วยเงินเก็บที่เธอมีอยู่และด้วยแรงอธิษฐานที่ขอเพียงให้พวกเขาได้มีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ ในช่วงนี้เธอเปลี่ยนเมนูอาหารมาเป็นมังสวิรัติเพื่อลดการเบียดเบียนชีวิตอื่น

การได้เห็นชีวิตมีชีวิตอยู่ต่อ เธอรู้สึกสุขใจเหลือเกินในสิ่งที่ทำ ทุกวันที่เธอได้ช่วยชีวิตสัตว์ หรือช่วยให้คนมีความสุข เธอรู้สึกถึงความปิติในหัวใจ มันทำให้เธอมีพลัง มีความสุข มีความสงบ

วันที่เธอไปตรวจสุขภาพตามที่หมอนัด เธอก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อแพทย์บอกว่ามะเร็งในตัวเธอไม่ได้แพร่กระจายไปอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ทุกครั้งที่ตรวจมะเร็งดูเหมือนจะลดขนาดลงเรื่อยๆ แพทย์และพยาบาลต่างถามถึงเคล็ดลับในการรักษาตัวของเธอ เธอเพียงยิ้มและบอกว่า “ฉันไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้คือฉันมีความสุขมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สุขที่ได้เห็นชีวิตอื่นมีทุกข์น้อยลง”

แพทย์จึงแนะนำให้เธอรักษาตัวตามวิธีที่ทำมา หลายเดือนจากนั้นเธอก็ทำในสิ่งที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องอย่างมีความสุข

เวลาหกเดือนที่แพทย์คาดไว้สิ้นสุดลงพร้อมมะเร็งของเธอที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย และแพทย์บอกกับเธอว่ามันคือปาฏิหาริย์

เธอกลับไปทำงานใช้ชีวิตแบบเดิมที่เคยเป็นมาอีกครั้ง ทำงานหนักทุกวัน เครียดเป็นปกติ กลับมาทานเมนูอาหารจานด่วน ไม่มีเวลาดูแลกายใจเหมือนเคย

และอีกสองปีให้หลัง โรคมะเร็งที่หายไปย้อนคืนมาอีก คราวนี้เธอรับฟังผลการตรวจอย่างสงบเพราะรู้จักวิธีการรักษาโรคนั้นด้วยตัวเธอเอง

อีกหนึ่งปีจากนั้น แพทย์บอกว่าเธอหายขาดจากโรคร้าย และเธอไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก

🌱🌾🌱🌾🌱🌾🌱🌾

ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม
ดร หลาย ชุ่ย หนาน บอกว่า
“โรคร้าย แพ้ใจที่มีความสุข”

สวัสดียามเช้า ทำใจให้สุขนะคะ

แพ้ความสุข เรียบเรียงมาจากเรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่งที่เล่าโดย ดร หลาย ชุ่ย หนาน ในงานสัมมนาด้านการรักษาสุขภาพแบบองค์รวมในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สิงคโปร์ในปี 2007

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s