3 ตำรับยาเพื่อชีวิตที่เป็นสุข

30226016_1845435395491098_7928854213642158080_o

แปลและเรียบเรียงจากหนังสือ Three Prescriptions for Happiness ของ Ken Keyes, Jr.

ตำรับยาเพิ่มความสุข ตำรับที่ 1 – ขอในสิ่งที่เราต้องการ แต่อย่าไปเรียกร้อง

ตำรับยาเพิ่มความสุข ตำรับที่ 2 – ยอมรับในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ตำรับยาเพิ่มความสุข ตำรับที่ 3 – เปิดหัวใจให้รักแม้เราจะไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการก็ตาม

🐵🦊🐴🐃

ตำรับที่ 1….ขอในสิ่งที่เราต้องการ แต่อย่าไปเรียกร้อง

เรามีโอกาสที่จะได้ในสิ่งที่เราต้องการมากขึ้นหากเราเอ่ยขอ แต่บ่อยครั้งเหลือเกินที่เราไม่ได้ปริปากขอ นั่นก็เป็นเพราะบางครั้งเรากลัวคนอื่นอาจโกรธเรา บางครั้งเราก็ไม่กล้า บางครั้งเราก็แอบหวังให้คนอื่นอ่านใจเราให้ออกว่าเราต้องการอะไรอยู่ หรือบางครั้งอาจเป็นเพราะเราเกรงใจไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนกับเรา

แต่ถึงแม้เราไม่ได้เอ่ยปากขอ เราก็ยังอยากได้และยังไม่มีความสุข

การเอ่ยปากขอไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ เราไม่จำเป็นต้องแสร้งเป็นคนที่ไม่มีความต้องการใดๆ หรือการที่เราไม่เอ่ยปากขอก็เพียงเพื่อแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นคนไม่ยุ่งยากที่น่าคบ

แต่สิ่งสำคัญยิ่งคือหากเอ่ยปากขอไปแล้วเราต้องไม่ตะโกนกร่นด่าหากเราไม่ได้ในสิ่งที่เราขอ เราไม่จำเป็นที่จะต้องผูกใจพยาบาทหรือทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนที่เราขอขุ่นเคือง แค่เปิดใจกว้างขอ โดยไม่มีอารมณ์ใดมาเกี่ยวพัน เอ่ยปากขอโดยไม่ต้องข่มขู่ ไม่ต้องขึ้นเสียง เมื่อขอไปแล้วหากเราได้ก็ขอบคุณ หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ชีวิตดำเนินต่อไปด้วยใจที่สงบ ทำการขอให้ดูเป็นเรื่องง่ายเช่นขอให้เขาช่วยปิดประตูก่อนออกจากห้อง ช่วยส่งพริกไทกับเกลือให้หน่อย ฝึกการขอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล การฝึกตัวเองให้ขอในสิ่งที่ต้องการโดยไม่สร้างความลำบากใจให้ผู้ถูกขอเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน เพื่อการมีชีวิตที่เป็นสุข

ลองมาพิจารณาส่วนที่สองของตำรับยานี้ อย่าไปเรียกร้อง การเอ่ยปากเรียกร้องเกิดมาจากจิตที่เรียกร้อง หนุนด้วยความเชื่อที่ว่าฉันมีสิทธิเพราะฉันน่าเวทนา ฉันมีสิทธิเพราะเธอทำกับฉันก่อน หรือฉันมีสิทธิเพราะเธอรักฉัน

การที่เราจะไม่เรียกร้องใดๆก็ต้องฝึกฝนเช่นกันเพราะเราต่างคุ้นเคยกับการเรียกร้อง เราอาจเรียกร้องด้วยเสียงข่มขู่หรือแม้ไม่ปริปากแต่อาการมันฟ้อง

ทำไมเราถึงเรียกร้องมากมาย? นั่นก็เพราะเราเกรงว่าคนอื่นอาจข่มเหงเราได้หากเราไม่เรียกร้อง เพราะเรากลัวว่าคนอื่นจะลืมเราไปเสียเฉยๆ เพราะเรากลัวว่าคนอื่นอาจเอาเปรียบเรา เราจึงต้องเรียกร้องเพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าว่าฉันยังอยู่ตรงนี้นะ เราฝังใจในสิทธิของเราแม้ว่ามันจะทำให้เราไม่มีความสุขในการยึดติดกับสิทธินั้น เรารู้สึกว่าหากเราจะอยู่กับใครสักคน เราจะต้องทำให้เขาหรือเธอคนนั้นเป็นดั่งที่เราต้องการ แต่เรามีความสุขไหมในการเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ เราจะได้ในสิ่งที่เราเรียกร้องจริงหรือ

เราเคยไหมที่จะหยุดพิจารณาว่าเราติดอยู่กับการเรียกร้องหลายอย่างจากตัวเราเอง จากคนรอบข้างและจากโลกใบนี้

ลองมองให้ลึกลงไปถึงผลที่ได้จากการเรียกร้องที่ได้ทำที่ผ่านมา เราจะสรุปได้ว่าแม้ว่าเราจะทำได้แต่ผลที่ได้รับจากการเรียกร้องนั้นอาจไม่ดีเท่าไหร่ โดยรวมแล้วการเรียกร้องที่ทำลงไป บวกลบคูณหารแล้วไม่ได้ทำให้เราเป็นสุขขึ้นเลย เราสูญเสียความสุขมากกว่าที่เราจะได้

เราอาจค้นพบว่าสิ่งดีๆที่เราได้รับบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นจากการเรียกร้อง มันมาได้อย่างไร มันมาหาเราเพราะเราอยู่ที่นี่ มันเป็นของเราอยู่แล้ว

บางครั้งเราอาจได้ในสิ่งที่เราต้องการด้วยการเรียกร้อง แต่มันเหมือนกับเราต้องจ่ายเงินหนึ่งพันเพื่อให้ได้เงินหนึ่งร้อยกลับมา ไม่ว่าเราจะเรียกร้องด้วยวาจาหรือท่าทาง เราจะสูญเสีย ความกระจ่าง ความสนุกสนาน ความรื่นรมณ์ ความรักและเมตตา และความสงบภายในจิตใจ จะพบว่าจริงๆแล้วการเรียกร้องนั้นก็เหมือนกับเราโกงตัวเราเองซึ่งเราไม่ควรทำอย่างนั้น

แล้วเราจะหยุดเรียกร้องได้อย่างไร นั่นก็หมายถึงการผ่อนคลายความรู้สึกอึดอัดแน่นในอกที่เรามีอยู่ คลายกำปั้นที่เราถืออยู่ บางครั้งมันอาจหมายถึงลดเสียงขึงขังลงให้ฟังดูนุ่มนวลขึ้น มันอาจหมายถึงการปลดปล่อยทรรศนะที่แข็งกร้าวที่เคยมีในขณะที่เรียกร้อง มันอาจหมายถึงการหยุดทำหน้าขมึงทึงเคร่งเครียดบนเวทีของชีวิต เราอาจรู้สึกว่ามันน่ากลัวในตอนแรกแต่ด้วยการฝึกฝนเราจะรู้สึกว่ามันเป็นการผ่อนคลายที่จะเรียนรู้การร้องขอโดยไม่เรียกร้อง มันจะหมายถึงการทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ สถานการณ์ที่เคร่งเครียด รวมทั้งความกังวลที่มี ให้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก มันอาจหมายถึงการขอด้วยรอยยิ้ม ด้วยความรู้สึกสนุกสนาน

การไม่เรียกร้องหมายถึงเราเรียนรู้ที่จะร้องขอด้วยใจที่บางเบา ด้วยความสนุก เหมือนการเล่นเกมส์ด้วยความรู้สึกที่ว่าเราอาจชนะในบางครั้ง เราอาจแพ้ในบางหน และการแพ้ก็เป็นสิ่งธรรมดาในชีวิต การร้องขอในสิ่งที่เราต้องการโดยไม่เรียกร้อง ก็ยังหมายถึงการหยุดการบอกเป็นนัยในสิ่งที่เราต้องการด้วย มันหมายถึงการหยุดความที่เราพยายามทำให้คนอื่นลองเดาในสิ่งที่เราต้องการ มันหมายถึงการหยุดทำหน้าตาอมทุกข์หวังว่าใครสักคนจะถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น มันหมายถึงการที่เราหยุดทำนายล่วงหน้าว่าคนอื่นจะไม่ให้ในสิ่งที่เราต้องการ และหยุดคิดว่าเราไม่ดีพอที่จะได้สิ่งเหล่านั้น

มันอาจหมายถึงเราต้องขออีกครั้งในวันนี้แม้ที่เราขอไปเมื่อวานเราไม่ได้รับมัน ทุกวันเป็นวันใหม่ เราจะไม่ปล่อยให้ความทรงจำในวันวานเป็นเหมือนเมฆหมอกปกคลุมความสดใสของวันนี้

ร้องขอในสิ่งที่เราต้องการด้วยใจจริง โดยไม่เรียกร้อง ขอบคุณในสิ่งที่เราได้รับ หากไม่ได้ก็ปล่อยมันไป ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นมีโอกาสได้ให้ในสิ่งที่เราขอด้วยใจจริง โลกใบนี้จะงดงามขึ้น

🕊🦉🦅

โปรดติดตามตำรับต่อไปวันพรุ่งนี้ค่ะ
มีความสุขวันพักผ่อนนะคะ