แม่กวางท้องแก่

FB_IMG_1541037033459

แม่กวางท้องแก่ จวนจะคลอดตัวหนึ่งเดินมาถึงริมฝั่งน้ำ
มันรู้ว่าเวลาคลอดกำลังจะมาถึง
แล้วเมฆฝนก็ก่อตัว
ฟ้าผ่าลงมาในป่าด้านหลัง ก่อให้เกิดไฟป่า
เมื่อมองไปยังพุ่มไม้ด้านซ้าย กวางเห็นนายพรานซุ่มอยู่
มองไปยังด้านขวา มีเสือตัวใหญ่รอจังหวะอยู่

ในช่วงเวลาขณะนี้ แม่กวางจะทำอย่างไร
ด้านหน้ามีแม่น้ำไหลเชี่ยว ด้านหลังมีไฟป่า
ด้านซ้ายมีนายพรานถือธนูเล็งอยู่
และด้านขวามีเสือซึ่งกำลังหิวมาก
ในช่วงขณะที่มืดมิดทุกด้าน หาทางออกไม่เจอ

..
.
ในสถานการณ์ที่คับขันเช่นนี้
แม่กวางรวบรวมสติแล้วบอกกับตัวเองว่า
เธอจะใส่ใจกับสิ่งหนึ่งที่เธอทำได้
นั่นคือการให้กำเนิดลูกน้อย
แม่กวางเริ่มคลอดลูกน้อยออกมา

ขณะนั้นเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น ทำให้นายพรานตกใจ
นายพรานเผลอปล่อยลูกธนูพลาดเป้าไปยังเสือที่ซุ่มอยู่
ทั้งเสือและนายพรานตกใจวิ่งหนีจากที่กำบัง
แล้วฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ทำให้ไฟป่ามอดลงในที่สุด

อีกสองสามชั่วโมงถัดมา
แม่กวางก็พาลูกน้อยเดินกลับเข้าป่าในที่สุด

🦌 🦌 🦌 🦌 🦌

ท่ามกลางปัญหานับร้อยนับพัน
ที่วิ่งวนเวียนอยู่รอบตัวเรา
จนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก
สิ่งหนึ่งที่เราทำได้
คือใส่ใจในปัจจุบันขณะ
ในสิ่งที่เราควบคุมได้
แก้ไขปัญหาตรงหน้าก่อน
แล้วค่อยๆ ขยับขยายออกไปเรื่อย
ใครจะรู้เมื่อถึงเวลานั้น
ทุกอย่างอาจเข้าที่เข้าทางแล้วก็ได้

วันทำงาน อาจมีอะไรต้องทำเยอะแยะ
ใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เสร็จก่อน
แล้วทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติ

สวัสดียามสายวันทำงานค่ะ

ต้นแอปเปิล

FB_IMG_1540940627147

มีต้นแอปเปิลในทุ่งกว้างที่เด็กชายชอบไปวิ่งเล่น ปีนป่าย
เมื่อเล่นจนเหนื่อย เด็กชายก็จะนอนเล่นใต้ต้นแอปเปิล
ต้นแอปเปิลมีความสุขมากมาย

เวลาผ่านไป เด็กชายโตขึ้น เขาไม่มีเวลามาวิ่งเล่นเหมือนเคย
ต้นแอปเปิลถูกปล่อยให้อยู่อย่างเดียวดาย
ต้นแอปเปิลเศร้าใจที่ไม่เห็นเด็กชายมาอีก

วันหนึ่งต้นแอปเปิลเห็นเด็กชายเดินมา
จึงร้องชวนให้มาวิ่งเล่นเหมือนเดิมอีก
เด็กชายซึ่งตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้วมีท่าทีเศร้าหมอง
เขาบอกต้นแอปเปิลว่าเขาไม่มีเวลามาวิ่งเล่นอีก
เขาอยากได้เงินมาใช้สอย

ต้นแอปเปิลบอกให้เด็กชายเก็บลูกแอปเปิลไปขาย
เด็กชายปีนต้นแอปเปิลเก็บลูกแอปเปิลไปจนหมดต้น
ต้นแอปเปิลมีความสุขมากมาย

เมื่อได้ลูกแอปเปิลแล้ว เด็กชายก็หายไปอีกครั้ง
ต้นแอปเปิลถูกปล่อยให้อยู่อย่างเดียวดาย
ต้นแอปเปิลเศร้าใจที่ไม่เห็นเด็กชายมาอีก

วันหนึ่งต้นแอปเปิลเห็นเด็กชายเดินมาหาอีกครั้ง
จึงร้องชวนให้มาปีนป่ายต้นไม้เหมือนเดิมอีก
เด็กชายซึ่งตอนนี้โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว
เขาบอกต้นแอปเปิลว่าเขาไม่มีอารมณ์มาปีนป่ายต้นไม้
เขาอยากปลูกบ้านและสร้างครอบครัว

ต้นแอปเปิลบอกให้เด็กชายตัดกิ่งก้านเอาไม้ไปสร้างบ้าน
เด็กชายตัดกิ่งก้านของต้นแอปเปิลไปจนหมด
ต้นแอปเปิลมีความสุขมากมาย

เมื่อได้กิ่งไม้จากต้นแอปเปิลแล้ว เด็กชายก็หายไปอีกครั้ง
ต้นแอปเปิลถูกปล่อยให้อยู่อย่างเดียวดาย
ต้นแอปเปิลเศร้าใจที่ไม่เห็นเด็กชายมาอีก

เนิ่นนานจากนั้นต้นแอปเปิลเห็นเด็กชายเดินมาหาอีกครั้ง
จึงร้องชวนให้มาเล่นใต้ต้นไม้เหมือนเดิมอีก
เด็กชายซึ่งตอนนี้อยู่ในวัยชราแล้ว
เขาบอกต้นแอปเปิลว่าเขาแก่เกินกว่าจะมาเล่นอีก
เขาอยากแล่นเรือออกไปที่ไกลๆ

ต้นแอปเปิลบอกให้เด็กชายตัดลำต้นของแอปเปิลไปทำเรือ
เด็กชายตัดลำต้นแอปเปิลไปจนเหลือแต่ตอ
ต้นแอปเปิลมีความสุขมากมาย

เมื่อได้ไม้จากต้นแอปเปิลแล้ว เด็กชายก็หายไปอีกครั้ง
ต้นแอปเปิลถูกปล่อยให้อยู่อย่างเดียวดาย
ต้นแอปเปิลเศร้าใจที่ไม่เห็นเด็กชายมาอีก

สองสามปีจากนั้นต้นแอปเปิลเห็นเด็กชายเดินมาหาอีกครั้ง
ต้นแอปเปิลบอกเด็กชายว่าไม่มีอะไรจะให้เด็กชายอีกแล้ว
ไม่มีผลแอปเปิลจะให้
เด็กชายซึ่งตอนนี้อยู่ในวัยชรามากแล้ว
เด็กชายบอกต้นแอปเปิลว่าเขาไม่มีฟันจะกินแอปเปิลแล้ว

ต้นแอปเปิลบอกเด็กชายว่าไม่มีกิ่งก้านให้ปีนป่ายแล้ว
เด็กชายบอกต้นแอปเปิลว่าเขาไม่มีแรงจะปีนต้นแอปเปิลแล้ว

ต้นแอปเปิลบอกเด็กชายว่าตอนนี้มีเพียงตอไม้เก่าแก่ผุพัง
เด็กชายบอกต้นแอปเปิลว่าเขาเพียงต้องการนั่งพัก เขาเหนื่อยเหลือเกิน

เด็กชายนั่งพักบนตอไม้แก่
ต้นแอปเปิลมีความสุขมากมาย

🍎 🍏 🍎 🍏 🍎 🍏

พ่อแม่เป็นดั่งต้นไม้
ที่เป็นผู้ให้
ไม่มีวันจบสิ้น

สวัสดียามเช้าค่ะ

แค่คำคน

FB_IMG_1540851387931

มีชายแก่คนหนึ่งเที่ยวป่าวประกาศว่าเพื่อนบ้านของเขาเป็นขโมย ทำให้ชายหนุ่มข้างบ้านเขาถูกจับ แต่ทว่าชายหนุ่มคนนั้นก็พ้นผิดเพราะไม่มีหลักฐานชี้ชัด ชายหนุ่มคนนั้นจึงตัดสินใจฟ้องร้องค่าเสียหายกับชายแก่ ในศาลชายแก่บอกกับผู้พิพากษาว่า เขาเพียงแค่แสดงความคิดเห็น แค่คำพูดของเขามันไม่ได้ทำอันตรายให้ใคร

ก่อนจะตัดสิน ผู้พิพากษาบอกให้ชายแก่คนนั้นเขียนในสิ่งที่เขาพูดลงในแผ่นกระดาษ ฉีกมันออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วโยนทิ้งในระหว่างทางกลับบ้าน แล้วพรุ่งนี้กลับมาฟังคำพิพากษา

ในวันรุ่งขึ้น ผู้พิพากษากล่าวกับชายแก่ว่าก่อนที่จะฟังคำตัดสิน ให้เขาออกไปเก็บเศษกระดาษที่เขาโปรยไปเมื่อวานกลับมา ชายแก่ประท้วงว่าเขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าเศษกระดาษเหล่านั้นปลิวไปที่ไหนแล้วบ้าง ผู้พิพากษาจึงตอบกลับว่า

“นั่นแหละ ทำนองเดียวกัน ความคิดเห็นธรรมดา ๆ อาจทำลายเกียรติของคนหนึ่งจนเขาไม่อาจแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้ หากเราไม่สามารถพูดในสิ่งที่ดีของคนอื่น ก็จงอย่าพูดเสียเลยจะดีกว่า ให้เราเป็นนายของคำพูดที่ยังไม่ได้พูด ดีกว่าจะไปเป็นทาสของคำพูดที่พูดออกไปแล้ว”


..
พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
“การกล่าววาจาที่นำมาซึ่งสันติสุขเพียงคำเดียว
ดีกว่าการกล่าววาจาที่ไร้แก่นสารเป็นพัน ๆ คำ”

พูด เขียน และเผยแพร่ สิ่งที่จะทำให้เรายิ้ม
ให้คนที่ได้อ่าน ได้ยิน มีความสุข
ให้หัวใจเขารับรู้ถึงความรัก ความปรารถนาดี
ให้จิตของเราสงบสุข
หรือแม้ว่าใครบางคนจะเสียน้ำตาเพราะสิ่งที่เราเขียน เราพูด
ก็ขอให้มันเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติดีกว่านะคะ

สุขสันต์วันที่เราเป็นนายของความคิด คำพูด คำเขียนดีดีค่ะ

เพราะเข้าใจ

FB_IMG_1540764154932

มิสซิสทอมป์สัน เป็นครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โรงเรียนของรัฐแห่งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันเปิดเรียนวันแรก เธอกล่าวต้อนรับนักเรียนในชั้นด้วยคำโกหกที่ว่าเธอรักนักเรียนทุกคนเท่ากัน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ ในชั้นมีเด็กนักเรียนที่ไม่น่ารักเลยคนหนึ่งชื่อเด็กชายเท็ดดี้

เด็กชายเท็ดดี้มาโรงเรียนด้วยเนื้อตัวมอมแมม แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสกปรกยับยู่ยี่ เก็บตัวอยู่คนเดียวเขาเข้ากับเพื่อน ๆ ในชั้นไม่ได้ มักมีเรื่องทะเลาะกับเพื่อน ๆ เสมอ เด็กชายเท็ดดี้ไม่ตั้งใจเรียน เขาทำการบ้านอย่างขอไปที มิสซิสทอมป์สันต้องให้ 0 ในสมุดการบ้านของเด็กชายเท็ดดี้เสมอด้วยความสะใจ

ผ่านมาเกือบครึ่งปีที่มิสซิสทอมป์สันจะต้องเขียนสมุดรายงานประจำตัวของเด็กชายเท็ดดี้ มิสซิสทอมป์สันได้อ่านบันทึกที่ครูประจำชั้นคนก่อน ๆ เขียนไว้เกี่ยวกับเด็กชายเท็ดดี้ เธอแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้อ่าน

ครูประจำชั้น ป.1 เขียนว่า “เด็กชายเท็ดดี้มีนิสัยร่าเริง ทำงานเรียบร้อย มีมารยาทดี ใครๆ ก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเขา”

ครูประจำชั้น ป.2 เขียนว่า “เด็กชายเท็ดดี้เป็นเด็กเรียนดี เป็นที่รักของเพื่อน ๆ แต่เด็กชายเท็ดดี้มีปัญหาที่บ้าน เนื่องจากแม่ของเขาป่วย”

ครูประจำชั้น ป.3 เขียนว่า “เด็กชายเท็ดดี้ยังตั้งใจเรียนดีแม้ว่าแม่ของเขาเพิ่งจะเสียชีวิตลง พ่อของเท็ดดี้ไม่สนใจลูกเท่าที่ควร ครูประจำชั้นคงต้องเอาใจใส่เท็ดดี้มากขึ้น เกรงว่าปัญหาที่บ้านจะมีผลกระทบต่อเด็ก”

ครูประจำชั้น ป.4 เขียนว่า “เด็กชายเท็ดดี้ไม่สนใจการเรียน ไม่มีเพื่อน และหลับในชั้นเรียนบ่อยมาก”

เมื่อมาถึงตอนนี้มิสซิสทอมป์สันรู้สึกเห็นใจและเอ็นดูเด็กชายเท็ดดี้เหลือเกิน เธอรู้สึกละอายใจที่ไม่ได้พยายามเข้าใจพฤติกรรมของเด็กชายเท็ดดี้มาก่อนหน้านี้

ในวันคริสต์มาส เด็ก ๆ ในชั้นต่างนำของขวัญห่อกล่องผูกริบบิ้นอย่างสวยงามมามอบให้ครูประจำชั้น เด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ต่างพากันหัวเราะเยาะเมื่อเด็กชายเท็ดดี้นำของขวัญห่อด้วยถุงกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าที่ได้มาจากร้านขายของชำมายื่นให้

เมื่อมิสซิสทอมป์สันแกะของขวัญของเด็กชายเท็ดดี้ เด็ก ๆ ก็พากันหัวเราะหนักเข้าไปอีกเมื่อของขวัญนั่นคือสร้อยข้อมือหินนำโชคเก่า ๆ ที่เหลือหินเพียงไม่กี่ชิ้น และขวดน้ำหอมซึ่งมีน้ำหอมเหลืออยู่ที่ก้นขวดนิดหน่อย มิสซิสทอมป์สันห้ามนักเรียนในชั้นให้หยุดหัวเราะพร้อมกล่าวขอบใจเด็กชายเท็ดดี้และชมว่าสร้อยข้อมือนั้นสวยมาก และเธอยังเอาน้ำหอมมาฉีดข้อมือตัวเองด้วย เธอเห็นรอยยิ้มในดวงตาของเด็กชายเท็ดดี้

เย็นวันนั้นเด็กชายเท็ดดี้แวะมาด้อมๆ มองๆ ที่ห้องพักครู เมื่อมิสซิสทอมป์สันเห็นจึงเรียกเขามาคุย เด็กชายเท็ดดี้แวะมาบอกว่า “วันนี้คุณครูหอมเหมือนแม่ของผมเลย”

ค่ำวันนั้นมิสซิสทอมป์สันนั่งร้องไห้กว่าหนึ่งชั่วโมง เมื่อร้องไห้เสร็จเธอตั้งใจจะเลิกสอนการอ่าน การเขียน และการคำนวณ เธอตั้งใจจะสอนเด็กๆ ของเธอให้โตขึ้นอย่างสมบูรณ์ขึ้น

มิสซิสทอมป์สันเอาใจใส่เด็กชายเท็ดดี้มากขึ้น ช่วยให้กำลังใจ กระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กชายด้วยความรักของแม่เหมือนที่เธออยากเห็นลูกตนเองประสบความสำเร็จ เด็กชายเท็ดดี้ตอบสนองความตั้งใจของมิสซิสทอมป์สันเป็นอย่างดี จนเมื่อครบหนึ่งปี เด็กชายเท็ดดี้กลายเป็นเด็กเรียนเก่งที่สุดในชั้น และมิสซิสทอมป์สันก็ดูเหมือนจะโกหกอีกครั้งที่เธอบอกว่าเธอรักนักเรียนทุกคนเท่ากัน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ ในชั้นมีเด็กนักเรียนที่เธอเอาใจใส่เป็นพิเศษชื่อเด็กชายเท็ดดี้

หนึ่งปีหลังจากนั้น เมื่อเด็กชายเท็ดดี้จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มิสซิสทอมป์สันได้รับข้อความสอดไว้ใต้ประตูว่า “คุณครูเป็นครูที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”

หกปีหลังจากนั้น เด็กชายเท็ดดี้ กลายเป็นเด็กวัยรุ่นที่เรียนจบชั้นมัธยมปลาย มิสซิสทอมป์สันได้รับข้อความสอดไว้ใต้ประตูว่า “คุณครูยังเป็นครูที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”

สี่ปีหลังจากนั้น มิสซิสทอมป์สันได้รับข้อความสอดไว้ใต้ประตูบอกว่าเท็ดดี้ยังคงเรียนในมหาวิทยาลัย ชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดไว้ แต่เขาก็พยายามเรียนให้จบเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง พร้อมบอกเหมือนเดิมว่า “คุณครูยังเป็นครูที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”

อีกสี่ปีผ่านไป มิสซิสทอมป์สันได้รับข้อความสอดไว้ใต้ประตูบอกว่าเท็ดดี้ตัดสินใจเรียนต่ออีก ในข้อความยังย้ำสิ่งเดิมๆ ว่า “คุณครูยังเป็นครูที่ดีที่สุดในชีวิตของผม” เพียงแต่ข้างๆ ชื่อเขามีคำนำหน้าชื่อเพิ่มเติมว่า “นายแพทย์….”

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง มิสซิสทอมป์สันได้รับข้อความสอดไว้ใต้ประตูเชิญชวนให้ไปร่วมงานแต่งงานของนายแพทย์เท็ดดี้ในฐานะแม่ของเจ้าบ่าวเพราะพ่อของเท็ดดี้ก็เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน มิสซิสทอมป์สันหยิบสร้อยข้อมือหินนำโชคเก่า ๆ ที่เหลือหินเพียงไม่กี่ชิ้นมาใส่ พร้อมเอาน้ำหอมที่เหลือเพียงน้อยนิดมาฉีดก่อนออกจากบ้าน

เมื่อมาถึงหน้างานนายแพทย์เท็ดดี้เข้ามาสวมกอดมิสซิสทอมป์สัน พร้อมกระซิบว่า “ขอบคุณครับคุณครู ที่เชื่อมั่นในตัวผม คุณครูทำให้ผมรู้สึกว่ายังเป็นคนสำคัญ และทำให้ผมเห็นว่าผมสามารถทำวันนี้ให้แตกต่างได้”

มิสซิสทอมป์สันกระซิบตอบด้วยน้ำตาว่า “เปล่าเลยเท็ดดี้ เธอเข้าใจผิดทั้งหมด เธอต่างหากที่สอนฉันให้รู้ว่าฉันสามารถสร้างความแตกต่างได้ ซึ่งฉันไม่เคยรู้มาก่อนจนวันที่ได้พบเธอ”

💜🧡💚💙💗

เพราะความเข้าใจ
เราจึงมีความรัก

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ

ตัดสิน

44932279_2125211310846837_4006528953236848640_o.jpg

นายแพทย์เร่งรีบมาถึงโรงพยาบาลหลังจากได้รับโทรศัพท์ขอให้มาผ่าตัดเคสด่วน ซึ่งเป็นเด็กชายวัยเก้าขวบ

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เขารีบจอดรถ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรีบตรงดิ่งไปยังห้องผ่าตัด

พ่อของเด็กชายเดินไปมาอย่างร้อนรนหน้าห้องผ่าตัด ทันทีที่นายแพทย์เดินเข้ามาพร้อมอ่านรายงานจากพยาบาล พ่ของเด็กชายก็เข้าไปหา

“ทำไมมาช้าจังเลยหมอ คุณรู้ไหมลูกชายผมกำลังตกอยู่ในอันตราย ทำไมคุณถึงไม่มีความรับผิดชอบเช่นนี้?”

นายแพทย์พยักหน้ารับรู้พร้อมกล่าวว่า “ขอโทษนะครับ ผมรีบมาเท่าที่จะทำได้ คุณใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ผมจะได้เริ่มงาน”

พ่อของเด็กชายโกรธอย่างเห็นได้ชัด “ใจเย็นๆ หรือหมอ ผมถามหน่อย ถ้าคนที่นอนในห้องผ่าตัดรอหมอตอนนี้เป็นลูกชายหมอเอง หมอยังจะใจเย็นอยู่ไหม? ถ้าหมอเป็นผม ลูกชายนอนรอความตายอยู่และหมอผ่าตัดก็มาช้าแบบนี้ หมอจะทำยังไง?”

“ผมจะทำให้ดีที่สุด” นายแพทย์ตัดบท “ในขณะที่ผมผ่าตัด คุณก็ช่วยสวดมนต์ขอพรให้ลูกชายคุณหายดีนะครับ” ว่าแล้วนายแพทย์ก็เดินเข้าห้องผ่าตัดไป

“พูดง่ายเสียจริงนะหมอ” พ่อของเด็กชายตะโกนไล่หลัง

การผ่าตัดใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ก็สำเร็จลงได้ด้วยดี เด็กชายปลอดภัย

นายแพทย์เดินออกมาพูดกับพ่อของเด็ก “ลูกชายของคุณปลอดภัยแล้วนะครับ ผมต้องขอตัว” ว่าแล้วนายแพทย์ก็รีบเดินออกไปโดยไม่รีรอคำพูดใด

พ่อของเด็กชายโกรธขึ้นมาอีก “หมอนี่ยังไงกันนะ จะอยู่ให้ถามรายละเอียดของลูกชายผมหน่อยก็ไม่ได้” ชายคนนั้นบ่นกับพยาบาล

พยาบาลจึงกล่าวบอกพ่อของเด็กชายว่า “คุณรู้ไหมคะว่าลูกชายวัยสิบขวบของคุณหมอเสียชีวิตลงเมื่อวานโดยอุบัติเหตุ คุณหมอยังอยู่ที่งานศพลูกชายตอนที่เราโทรไปขอให้คุณหมอมาช่วยผ่าตัดลูกชายของคุณ ตอนนี้คุณหมอช่วยชีวิตลูกชายของคุณได้แล้ว เขารีบกลับไปฝังลูกชายตัวเอง”

พยาบาลกล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความเห็นใจ

😢😭😢😭😢😭

คิดก่อนที่เราจะตัดสินคนอื่น
เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่า
แต่ละคนผ่านปัญหาใดมาบ้าง
และเขากำลังพบเจอสิ่งใดอยู่
มันอาจหนักหนากว่าสิ่งที่เราเผชิญอยู่หลายเท่า

สวัสดียามเช้าค่ะ

บริการด้วยหัวใจ

44808431_2123829747651660_3680312284296511488_o.jpg

สามีภรรยาคู่หนึ่งเดินเข้าไปในโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่ง ในคืนพายุกระหน่ำทั่วเมือง

“คุณพอจะมีห้องให้เราพักสักห้องไหม” ชายแก่ถามพนักงานต้อนรับชายที่ทำงานในคืนนั้น

“ขอโทษด้วยนะครับ ห้องพักของเราเต็มหมดเลยคืนนี้ แต่ผมคงไม่อาจให้คุณทั้งสองตากฝนออกไปอีก คุณจะลองพักห้องของผมไหมครับ ถึงจะไม่ใช่สำหรับแขกที่มาพัก แต่ก็สะดวกสบายพออยู่ได้ ในคืนฟ้าคะนองและหนาวเหน็บเช่นนี้นะครับ”

สองสามีภรรยารู้สึกเกรงใจชายหนุ่มจึงปฏิเสธไป ชายหนุ่มกล่าวตอบมาว่า “ยังไงผมก็ต้องอยู่เวรคืนนี้ ผมก็ไม่ได้ใช้ห้องอยู่ดีครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”

ทั้งคู่ตกลงนอนในห้องพักพนักงานในคืนวันนั้น จนรุ่งเช้าเมื่อชายแก่กำลังจะออกเดินทางต่อ เขาบอกกับพนักงานชายคนนั้นว่าเขาทำงานดีมาก

“จะหาคนที่บริการดีและมีน้ำใจดีนั้นค่อนข้างยากในสมัยนี้ คุณมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้จัดการโรงแรมที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา วันหนึ่งข้างหน้าผมอาจสร้างโรงแรมหรูให้คุณจัดการ”

ว่าแล้วทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันไปตามทาง

สองปีให้หลังจากนั้น ชายหนุ่มยังคงทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่โรงแรมเดิม วันหนึ่งเขาได้รับจดหมายจากชายแก่คนนั้น เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนวันฝนกระหน่ำที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน พร้อมแนบตั๋วเครื่องบินเชิญชายหนุ่มไปเยี่ยมชายแก่ในเมืองนิวยอร์ก

ชายหนุ่มถือโอกาสไปเที่ยวมหานครนิวยอร์ค เขาพบชายแก่ใกล้ๆ อาคารโรงแรมสุดหรูสร้างใหม่ในใจกลางเมือง “นั่นคือโรงแรมที่ผมอยากให้คุณมาจัดการให้” ชายแก่ชี้ไปที่โรงแรมของเขา

ชายแก่คนนั้นชื่อ วิลเลี่ยม วอลดอร์ฟ แอสทอร์ มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาในยุคปลายศตวรรษที่ 19 ตึกโรงแรมนั้นคือที่มาของโรงแรมในเครือวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

พนักงานโรงแรมผู้กลายมาเป็นผู้จัดการโรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย คนแรกคือ จอร์จ โบลด์

👏👏👏👏👏

จอร์จไม่รู้มาก่อนเลยว่า ความมีน้ำใจของเขาจะทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการโรงแรมที่มีชื่อเสียงของโลก

หนึ่งในหนทางสู่ความสำเร็จ
คือการบริการด้วยหัวใจ
คือการที่เราทำในสิ่งที่คนอื่นมักไม่ทำกัน

สุขสันต์ยามเช้าค่ะ

คนที่ “เล็กลง”

44752988_2122342281133740_374318606143455232_o.jpg

ชายสามคนกำลังหลงทางอยู่ในป่า พวกเขามีเพียงผลไม้เล็กน้อยพอประทังชีวิตไปได้ พระเจ้าได้เห็นจึงเกิดความเมตตาอยากจะช่วยเหลือและก็สอนบทเรียนชีวิตแก่ชายทั้งสามไปในตัว

พระเจ้าจึงปรากฏตรงหน้าชายทั้งสาม ทุกคนดีใจมากขอให้พระเจ้าช่วย พวกเขาต่างรู้ดีว่าผลไม้ที่มีนั้นมีเหลือเพียงเล็กน้อยและพวกเขาก็หิวมาก พระเจ้าจึงบอกพวกเขาว่าให้ขอในสิ่งที่พวกเขาปรารถนา เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่กำลังประสบอยู่ แต่มีข้อแม้ว่าสิ่งที่ขอจะต้องผ่านการใช้สติปัญญาใตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อน คำขอนั้นจึงจะสัมฤทธิ์ผล

ชายคนแรกจึงขอพระเจ้า “ให้มีอาหารมากองอยู่ตรงหน้า”

พระเจ้าบอกว่า “คำขอนี้ไม่ใช้สติปัญญาเลย พระเจ้ามักจะไม่ให้ในสิ่งที่คนขอไม่มีอยู่ก่อนแล้ว”

ชายคนที่สองได้ยินดังนั้นจึงตอบว่า “ถ้าอย่างนั้นผมขอให้ผลไม้ที่มีมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อทุกคนจะได้กินอย่างอิ่มหนำ”

พระเจ้าบอกว่า “คำขอนี้จะไม่เป็นจริงได้ ผลไม้ไม่ว่าจะลูกใหญ่เพียงไหนก็ไม่ทำให้อิ่มได้นานเพราะมนุษย์นั้นไม่เคยรู้จักพอ”

ชายคนที่สามขอพระเจ้าว่า “ขอให้เราตัวเล็กลง เพื่อที่ว่าผลไม้ที่มีจะเพียงพอจนกว่าเราจะออกจากป่านี้ได้”

พระเจ้าตอบว่า “ได้ เจ้าขอบนพื้นฐานของความเสียสละในตัวเอง คนที่ทำตัวให้ ‘เล็ก’ และอ่อนน้อมก่อน มักจะได้รับการช่วยเหลือ”

💖💕💗💓💞

เข้มแข็ง แต่ไม่หยาบคาย
อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
ภาคภูมิ แต่ไม่เย่อหยิ่ง
อ่อนน้อม แต่ไม่ขี้ขลาด

อรุณสวัสดิ์ค่ะ