อาหารจากดวงใจ

44360653_2114100885291213_5959189577565470720_n.jpg

“พี่คะ สัปดาห์นี้ขอพี่ช่วยวันอาทิตย์ด้วยจะได้ไหม?” เสียงตามสายของน้องหลินถามมา…
“ได้จ้า…เหมือนเดิมที่เดิมใช่ไหม?” ฉันถามตอบ
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ?” น้องหลินกล่าวก่อนวางสาย

น้องหลินเป็นน้องคนไทยที่เกิด โตและทำงานในเมืองสิงคโปร์ แต่น้องก็พูดอ่านเขียนภาษาไทยได้ น้องเขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ให้กับองค์กรอาหารจากดวงใจ ซึ่งเป็นเอ็นจีโอเล็กๆ ที่ช่วยในการจัดการการแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ยากไร้และบ้านเด็กกำพร้า บ้านพัก และบ้านคนชราต่างๆ กว่า 150 แห่งทั่วเมือง ฉันรู้จักกับน้องหลินตอนไปสมัครเป็นอาสาสมัครกับโครงการนี้เมื่อสี่ปีก่อน

หน้าที่ของอาสาสมัครอย่างเราๆ คือการไปรับขนมปังและพาสทรี่ต่างๆ จากร้านเบเกอรี่ใกล้บ้านก่อนร้านปิดแล้วนำไปส่งให้กับองค์กรต่างๆ แถบบ้านเพื่อเป็นอาหารเช้าและอาหารว่างของคนที่ต้องการในวันถัดไป (คล้ายๆ คนส่งพิซซ่าค่ะ) ร้านเบเกอรี่ส่วนใหญ่จะอยู่ในห้างสรรพสินค้าซึ่งจะปิดประมาณสี่ทุ่ม เราก็จะไปรอรับเบเกอรี่ที่เหลือจากการขายในวันนั้นแต่ยังไม่หมดอายุ และจะหมดอายุในวันถัดไปเป็นอย่างเร็ว พนักงานของร้านจะจัดขนมปังใส่ถุงให้เราทำหน้าที่ดิลิเวอรี่อย่างเดียว เมื่อนำขนมปังไปส่งแล้วเราก็จะส่งข้อความเข้าศูนย์ขององค์กรว่าส่งขนมไปกี่ชิ้นตามเลขที่ใบเสร็จที่ออกให้โดยร้านเบเกอรี่เพื่อเก็บเป็นสถิติ

อาสาสมัครแต่ละคนจะมีตารางเวลาต่างกันแล้วความสะดวก ปกติฉันจะไปทำหน้าที่ทุกวันจันทร์ แต่หากติดธุระหรือเดินทางไกลก็จะโทรไปแจ้งให้น้องหลินทราบแล้วเธอก็จะหาคนมาแทนในวันนั้น บางทีหากคนอื่นติดธุระเราก็อาจได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือดังกล่าว บางคนที่อยากทำมากกว่าหนึ่งวันต่อสัปดาห์ก็สามารถทำได้ค่ะ หรือบางคนรอเป็นตัวสำรองอย่างเดียวคือจะไปทำในวันที่คนที่ทำอยู่ประจำไม่ว่างก็มีค่ะ

โครงการอาหารจากดวงใจจะทำหน้าที่ในการประสานงานทั่วทั้งเมือง ซึ่งตอนนี้ก็มีอาสาสมัครเป็นพันคน ต่างคนต่างทำในแถบบ้านของตัวเอง และมีร้านเบเกอรี่เข้าร่วมโครงการกว่าสามสิบร้าน รวมๆ กันคงหลายร้อยสาขา ร้านเบเกอรี่ของโรงแรมดัง 5 ดาว 6 ดาว ในเมืองก็เข้าร่วมโครงการด้วย ในแต่ละเดือนโครงการนี้ส่งขนมปังกว่าสามหมื่นชิ้น

โครงการนี้ให้ผลดีทั้งผู้ให้และผู้รับเพราะขนมปังที่ขายไม่หมดส่วนใหญ่ต้องทิ้งไปเมื่อหมดอายุ แต่หากมีคนส่งไปให้คนที่ต้องการมากกว่าก็จะไม่เสียของ เป็นการบริหารทรัพยากรของโลกอย่างน่าชื่นชม บ้านที่เราไปส่งขนมปังเป็นคล้ายๆ สถานที่พักฟื้นสำหรับผู้ติดยาเสพติด ซึ่งดำเนินการโดยองค์กรของชาวคริสต์ ทุกๆ ครั้งเราจะเห็นผู้คนเหล่านี้นั่งอยู่อย่างเลื่อนลอย เงียบๆ แทบทุกครั้งที่นึกได้ฉันจะแผ่เมตตาให้เขาได้พบทางออกที่ดีกว่านี้สำหรับชีวิตที่เราต่างยังมีลมหายใจอยู่

นอกจากนี้โครงการอาหารจากดวงใจยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาหารอีกมากมายเช่นแจกจ่ายอาหารจำเป็นในลักษณะถุงยังชีพแด่ครอบครัวคนที่ยากจน จัดงานวันเกิดให้เด็กด้อยโอกาส เป็นต้น

ที่นี่ถึงแม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะดีกว่าบ้านเรามาก แต่ก็ยังมีคนด้อยโอกาสอีกมากมายที่ยังรอความช่วยเหลือจากคนที่พอจะแบ่งปันได้ องค์กรนี้จึงเป็นองค์กรหนึ่งที่ฉันรู้สึกดีที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของเขา แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่บางครั้งดูเหมือนไม่ต่างกับการออกไปขับรถเล่นยามดึก ไม่ได้ใช้เงินทองอะไร แต่มันก็สร้างรอยยิ้มให้เราได้ก่อนนอนค่ะ

จากหนังสือสุขกาย สุขใจ ของท่านอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก การวิจัยของมูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ กล่าวว่าปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเรามีความสุขมากขึ้นนอกเหนือไปจากการมีเพื่อนและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง, การได้เคลื่อนไหวอยู่เป็นนิจ, การเป็นคนช่างสังเกต และการเรียนรู้อยู่เสมอ คือการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น เพราะการให้คือการรับ..เราได้รับความสุขค่ะ และสิ่งที่เราให้ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ ทรัพย์สินเงินทองเสมอไป การให้แรงงานก็เป็นหนึ่งในทานจักรด้วยเช่นกัน

ท่านอาจารย์มิตซูโอะเขียนไว้ว่า “หากมนุษย์เราทุกคนช่วยกันหมุนวงล้อแห่งทาน (ทานจักร) ที่มีความเมตตากรุณาเป็นศูนย์กลาง ให้เคลื่อนไปในทุกแห่งหน ก็จะช่วยแก้ปัญหาสังคมและนำโลกไปสู่สันติภาพได้อย่างแท้จริง”

และอย่างน้อยที่สุดทุกครั้งที่ได้ไปเป็นดิลิเวอรี่เลดี้ สุขและสันติในดวงใจเราก็เกิดขึ้นทันทีแล้วค่ะ

🍕🥪🌭🥖🥨🥓

ในขณะที่เรากำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
เรากำลังมีความสุขระหว่างการสังสรรค์กินอาหารกับคนที่เรารัก
เรากำลังถ่ายภาพ โพสข้อความแนะนำอาหารที่เราชอบ
ยังมีอีกหลายต่อหลายชีวิตบนโลกใบนี้ ที่ยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง

ช่วยกันทำเท่าที่เราจะทำได้นะคะ

คุ้มค่า

43244963_2094247097276592_2237850773520121856_o.jpg

ห้าทุ่มกว่าๆ แล้ว เราเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ เหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับบ้าน จึงเดินออกมาจากที่ทำงานเพื่อนั่งแท็กซี่ที่พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทอุตส่าห์โทรเรียกให้กลับบ้าน เมื่อเรานั่งลงในรถ ลุงคนขับแท็กซี่น่าจะอยู่ในวัยหกสิบกว่าๆ ทักขึ้นมาว่า

‘นี่โรงงานที่ผลิตยาพ่นขยายหลอดลมใช่ไหม?”

เราแปลกใจที่จู่ๆ ก็มีคนถามถึงผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิต แต่ก็อธิบายไปว่า บริษัทเรามีหลายโรงงาน โรงงานที่ผลิตยาพ่นขยายหลอดลมอยู่อีกถนนหนึ่งห่างไปประมาณสิบกว่านาที เราเองก็เดินทางไปมาในทั้งสองโรงงานนี้เป็นประจำ

ลุงก็บอกว่าตัวแกเองใช้ยาพ่นขยายหลอดลมของบริษัทเราอยู่ ถึงแม้จะแพงหน่อยแต่ก็ใช้ได้ดี แม้จะได้รับส่วนลดจากโรงพยาบาลรัฐบาลแล้ว หลอดหนึ่งก็ยังตกอยู่ที่พันกว่าบาท ยิ่งเวลาไม่สบายเป็นไข้หวัด ต้องใช้บ่อยขึ้น ลุงก็ยังอุตสาห์หยิบเอากล่องยาที่วางไว้ข้างๆ คนขับยื่นให้เราดู

แล้วแกก็เล่าให้ฟังเรื่องราวชีวิตต่างๆ นานาพอจะสรุปได้ว่า การขับรถแท็กซี่ในวัยชรานั้นไม่ง่ายนัก ต้องทำงานวันละอย่างน้อย 12 ชั่วโมง เพื่อจะได้มีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำวันที่นับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อถึงบ้านเราบอกขอบคุณลุงคนขับรถแท็กซี่ที่มาส่งเราถึงบ้านอย่างปลอดภัย และขอบคุณที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เราทำงานอยู่ด้วย

ลุงรีบบอกว่า “ผมนั่นแหละที่จะต้องขอบคุณพวกคุณที่ผลิตยาให้ผมได้ใช้ ไม่งั้นผมคงขับรถเลี้ยงครอบครัวไม่ได้อีกแล้ว ขอบคุณมากนะ ขอบคุณจริงๆ”

..
.
เป็นครั้งแรกที่เราได้สัมผัสเรื่องราวในชีวิตจริงจากผู้ป่วยเรื้อรัง ที่เขาเล่าให้ฟังและกล่าวขอบคุณโดยไม่ผ่านการตัดต่อดัดแปลงจากพีอาร์ของบริษัท บทสนทนาที่เกิดขึ้นโดยความบังเอิญที่ฟังแล้วเรารู้สึกขนลุก

เมื่อรถแท็กซี่ขับออกไป เรามองดูนาฬิกาข้อมือ เราเริ่มงานตอนแปดโมงเช้า กลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน แต่คุณรู้ไหม คำบอกเล่าธรรมดาๆ ของคนขับรถแท็กซี่มันกลับทำให้มีกำลังใจขึ้นอีกมากมาย

เราบอกตัวเองว่า “ถึงวันที่ผ่านมาจะเหนื่อยแค่ไหน แต่มันก็คุ้มค่า”

หนึ่งในโปรเจ็คที่เรากำลังทำอยู่คือการพยายามลดราคาต้นทุนการผลิต เพื่อยาจะได้ถูกลง ทำให้คนที่รายได้น้อยสามารถซื้อยาใช้ได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นลุงคนขับรถแท็กซี่ที่เราได้พบ

🌹⚘🌷💮🏵🌸💐

งานทุกงานมีคุณค่า
ยิ่งทำด้วยจิตใจที่สร้างสรรค์
มีจุดมุ่งหมายอันเป็นความสุขของผู้คน
นั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงานที่มีความหมาย

เราไม่อาจรู้เลยว่าสิ่งที่เราทำ
จะมีความสำคัญยิ่งใหญ่สำหรับใครอีกหลายคน

สวัสดีสายวันหยุดค่ะ

ความดีที่น่าเสี่ยง

38652719_2008196979214938_6244129020925968384_o.jpg

วันก่อน มีหญิงชราคนหนึ่งเดินมาขายกระดาษทิชชู่
ที่โต๊ะอาหารที่เรากำลังทานกันอยู่
เราปฏิเสธที่จะซื้อเพราะไม่ได้คิดว่าต้องการทิชชู่

พอทานข้าวเสร็จ…ขณะที่รอจ่ายเงิน
หญิงชราคนดังกล่าวกำลังรับกล่องข้าวจากพนักงานเสริฟร้านนั้น…แล้วเดินจากไป
พนักงานเสริฟบอกว่าเขาห่อข้าวให้หญิงคนนั้นเท่าที่พอจะหาอาหารได้…ทุกครั้งที่เธอผ่านมา…
เพราะเธอไม่มีอันจะกินจริงๆ
น่าตะลึงไหม…ในเมืองใหญ่…เมืองนี้

เรารีบเดินตามออกไป…เพื่อจะขอซื้อทิชชู่จากเธอ
แต่ไร้วี่แววของหญิงชราคนนั้นอีก

บ่อยครั้งที่เรานึกถึงแต่ความต้องการของตัวเราเอง
มากกว่าจะนึกถึงความจำเป็นของ…อีกฝ่าย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในห้วงคำนึงนั้น เราก็ไม่ได้คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะมีความจำเป็นจริงๆ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เราได้แต่บอกตัวเองว่าครั้งนี้พลาดไปแล้ว จำความรู้สึกนี้ไว้ แล้วแก้ไขครั้งต่อไปก็แล้วกัน

กลับถึงบ้านเลยไปค้นเรื่องราวที่เคยอ่านผ่านตา ของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล นำมาบันทึกไว้สอนใจตน เรียนรู้ไปด้วยกันนะคะ
..
.

“คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไหม ขณะที่กำลังรอรถเมล์อยู่ ก็มีผู้ชายสีหน้าเศร้า ๆ มาขอเงินคุณ เขาเล่าว่าเขามาตามหาญาติที่กรุงเทพ ฯ จนเงินเกลี้ยงกระเป๋า แต่ไม่พบ อยากจะกลับบ้านแต่ไม่มีเงินค่าโดยสาร จึงอยากขอความช่วยเหลือจากคุณ

คุณฟังแล้วก็สงสารจึงให้เงินไป ๕๐ บาท เขายกมือไหว้ขอบคุณคุณเป็นการใหญ่ก่อนที่จะจากไป แต่แล้วไม่กี่วันต่อมาคุณก็เห็นชายคนเดียวกันนี้เดินขอเงินจากใครต่อใครไม่ไกลจากจุดที่เขาเคยขอเงินคุณ เจอแบบนี้เข้าคุณจะรู้สึกอย่างไร?

เป็นธรรมดาที่คุณจะเสียความรู้สึกหรือโมโหเมื่อรู้ว่าตนเองถูกหลอก หลายคนถึงกับตั้งใจเด็ดขาดว่าจะไม่ควักเงินให้อีกหากมีใครมาขอเงินเขา ก็พวกนี้มันสิบแปดมงกุฎกันทั้งนั้น

การสรุปบทเรียนแบบนี้แม้จะดูสมเหตุสมผล แต่ก็น่าคิดว่าเป็นความยุติธรรมหรือไม่ที่เราจะเอาพฤติกรรมของคน ๆ หนึ่งมาเป็นข้อสรุปแบบเหวี่ยงแหว่าใครก็ตามที่แบมือขอเงินเราล้วนเป็นพวกลวงโลกทั้งนั้น

หากคุณถูกผู้ชายคนหนึ่งหลอก ควรหรือไม่ที่จะสรุปว่าผู้ชายทั้งโลกเชื่อไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าคุณเป็นผู้ชาย คุณย่อมรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเลยที่ถูกตราหน้าอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันอ้าปากหรือโอภาปราศรัยกันเลย

แม้จะถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างมากที่เราจะสรุปได้ก็คือคนที่แบมือขอเงินเรานั้นส่วนใหญ่ โกหกเรา ถึงแม้คุณจะถูก ๙ คนหลอก ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่สิบจะเป็นเช่นนั้นด้วย คำถามก็คือหากไม่แน่ใจว่าคนที่สิบจะมาหลอกเราด้วยหรือไม่ เราควรให้เงินเขาไหม? ถ้าคุณไม่อยากถูกหลอกอีก ก็ตัดสินใจไม่ยาก เบือนหน้าหนีเขาก็หมดเรื่อง

แต่หากลองคิดอีกมุมหนึ่งว่า หากคน ๆ นั้นเขาเดือดร้อนจริง ๆ และมีความจำเป็นต้องกลับบ้านด่วน เพราะทิ้งพ่อที่พิการหรือลูกเล็ก ๆ เอาไว้ การปฏิเสธของคุณอาจมีผลกระทบต่อชีวิตของเขามาก แต่ถ้าคุณให้เงินเขา ก็อาจจะมีความหมายใหญ่หลวงต่อเขา

ลองนึกอีกทีว่าหากคุณตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับเขา แล้วพบว่าไม่ว่าจะแบมือขอเงินจากใคร ก็ถูกปฏิเสธหมด ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เงินจำนวนมาก คุณจะรู้สึกอย่างไรกับผู้คน คุณจะยังมีศรัทธาในเพื่อนมนุษย์หรือไม่ และหากคุณทำความดีมาตลอด แต่ต้องได้รับผลอย่างนี้ คุณจะยังศรัทธาในความดีและเชื่อมั่นในบุญกุศลอีกหรือไม่

เงิน ๕๐ บาทหรือ ๑๐๐ บาท อาจไม่มากสำหรับคุณ หากถูกหลอก ก็ไม่ทำให้คุณกระเทือนเท่าไร แต่หากเขาเดือดร้อนจริง ๆ เงินจำนวนเล็กน้อยนี้สามารถฟื้นศรัทธาและความหวังของเขาขึ้นมา และยังอาจมีผลต่ออีกหลายชีวิตที่รอการกลับบ้านของเขา มองในแง่นี้การให้เงินแก่เขาจึงเป็นการ “ลงทุน”ที่น่าเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะหากเสียก็เสียไม่มาก แต่หากได้ก็ได้มหาศาล เป็นแต่ว่าผลได้นั้นไม่ได้เกิดกับคุณ ยิ่งกว่านั้นโอกาสที่จะ “ได้” อาจมากกว่าแทงหวยใต้ดินเสียอีก

การช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จักนั้นจะว่าไปก็ไม่ต่างจากการเสี่ยงโชค เป็นไปได้ว่าโอกาสจะถูกหลอกมีมากกว่า ช่วยไป ๑๐ คนอาจกลายเป็นว่าเราถูก ๙ คนหลอก มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เดือดร้อนจริง แม้กระนั้นก็ยังคุ้มอยู่ดีมิใช่หรือ

มีคำกล่าวว่า ปล่อยคนผิด ๑๐ คนยังดีกว่าลงโทษผู้บริสุทธิ์ ๑ คน ในทำนองเดียวกัน ในกรณีที่มีคนมาขอเงินเรา ก็อาจพูดได้เช่นกันว่า ถูกคนโกง ๑๐ คนหลอกก็ยังดีกว่าเมินเฉยผู้ทุกข์ยาก ๑ คน

ใครที่ยังทำใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าถูกหลอกเอาเงินไป ลองฟังเรื่องราวของ โรเบอร์โต เดอ วิเซนโซ นักกอล์ฟชาวอาร์เจนตินาชื่อก้องโลกเมื่อ ๓๐ ปีก่อน

ครั้งหนึ่งมีหญิงสาวมาพบเขาแล้วเล่าว่าลูกของเธอป่วยหนักและกำลังจะตาย เขาฟังแล้วก็สงสาร จึงมอบเช็คที่เพิ่งได้รับจากการชนะถ้วยรางวัลให้เธอไป

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา มีเพื่อนมาบอกเขาว่า เขาถูกผู้หญิงคนนั้นหลอก เพราะเธอยังไม่ได้แต่งงาน และไม่มีลูกที่เจ็บป่วย ประโยคแรกที่ออกจากปากของโรเบอร์โตก็คือ “หมายความว่า ไม่มีเด็กที่กำลังจะตาย ใช่ไหม ?”

เมื่อได้รับคำยืนยัน เขาก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “นี่เป็นข่าวดีที่สุดที่ได้ยินมาตลอดอาทิตย์นี้เลย” แทนที่จะโมโห เขากลับยินดี เพราะเขานึกถึงเด็กมากกว่าเงินในกระเป๋าของเขา ใช่หรือไม่ว่าถ้าเรานึกถึงคนอื่นมากขึ้น การถูกหลอกจะกลายเป็นเรื่องเล็กลงไปทันที”

🙏🙏🙏🙏🙏🙏

ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขกับการทำดีที่น่าเสี่ยง
อรุณสวัสดิ์ค่ะ

เทวดาบนดิน

37674771_1982438515124118_1795381013598175232_o.jpg

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ฉันได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับพระอาจารย์ที่เคารพรูปหนึ่ง ในเรื่องเทวดา ซึ่งสืบเนื่องมาจากการอ่านพระไตรปิฏกในหมวดของวิมานวัตถุ ที่พระโมคคัลลานะได้จาริกท่องเที่ยวไปยังสวรรค์ชั้นต่าง ๆได้พบเห็นวิมานทองของเหล่าเทพบุตรเทพธิดาทั้งหลายแล้ว ได้ไต่ถามเทพบุตรเทพธิดาเหล่านั้นว่า ทำบุญอะไร ทานด้วยสิ่งใด จึงได้เสวยผลบุญ ได้รับทิพยสมบัติวิมานแล้ว วิมานทองอันงดงามยิ่งนักเช่นนี้ เทพบุตรและเทพธิดาเหล่านั้นจึงได้เล่าถึงบุญทานที่ตนได้กระทำในสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ บ้างก็มาก บ้างก็เล็กน้อย ตามที่เกิดขึ้น

จากนั้นพระมหาเถระได้กลับมาสู่มนุษย์โลก นำข่าวสารที่ได้พบเห็นมาแจ้งแก่หมู่ชนทั้งหลาย ซึ่งต่างก็พากันศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาทำบุญสร้างกุศล เพื่อหวังผลอันเป็นสุขสมบัติในปรโลก

ฉันจึงปรารภกับพระอาจารย์ว่า “อ่านแล้วมีแรงบันดาลใจในการทำบุญทำทาน ทำความดีขึ้นอีกเยอะ เผื่อจะได้ไปเกิดบนสวรรค์บ้าง”

พระอาจารย์ท่านตอบกลับทันควันว่า
“คุณโยมก็ได้สิทธิ์นั้นแล้วนี่ ชีวิตหลังความตายจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้แจ้ง แต่ ณ บัดนี้ ได้ทำงานมีเงินเดือน มีคนข้างกายที่น่ารักที่เพอร์เฟคเกิน 90% (ลืมถามพระอาจารย์ไปว่าที่เหลืออีก 10% คืออะไร) ได้อยู่ในถิ่นดินแดนที่หลายคนถวิลหา มันยิ่งกว่าวิมานชั้นไหนๆ แล้วนะคุณโยม”

ฉันคิดตามคำพูดของท่านอยู่พักหนึ่งแล้วก็บอกกับตัวเองว่า ‘จริงสินะ’ แล้วก็กราบนมัสการขอบพระคุณท่านที่ช่วยเตือนสติให้ฉันกลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงที่สวยงามอยู่แล้วอีกครั้ง

บ่อยครั้งที่เรามัวแต่มองไปข้างหน้าใฝ่ฝันหาจุดมุ่งหมายที่เราคิดว่าดีกว่า (สำนวนฝรั่งว่า The grass is always greener on the other side of the fence) จนลืมสังเกตความดีงามที่มีรอบตัวในขณะนั้น ๆ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นจริงๆ

การชื่นชมสิ่งที่มี การขอบคุณทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเป็นไอเดียที่ได้ฟัง ได้อ่านมาก็มาก แต่หลังจากที่ถูกสะกิดในวันนั้นมา ฉันก็ตั้งใจว่าจะนำมันมาใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น

การตั้งใจชื่นชมและขอบคุณสิ่งที่มีทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นสิ่งดีดีมากขึ้นจากสิ่งเดิมๆ ที่เคยมองเห็น ทำให้เรารู้สึกว่าถูกแวดล้อมไปด้วยสิ่งที่ดี ทำให้เรามีศรัทธาและกำลังใจที่จะทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จลุล่วง ทำความดีให้ยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อจะได้ไปอยู่ในวิมานในภพหน้า (ยังไม่เลิกล้มความตั้งใจค่ะ)

แต่ในวันนี้หากเรามีบ้านที่อบอุ่น ได้อยู่กับครอบครัวที่น่ารัก มีสุขภาพดี มีงานทำ มีการเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม มีเงินใช้จ่าย มีอาหารที่เราชอบทานทุกมื้อ มีเสื้อผ้าสวยงามให้สวมใส่ไปไหนมาไหนอย่างรวดเร็วโดยพาหนะ ติดต่อกับคนทั้งโลกได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส ฯ แค่นี้เราก็เหมือนอยู่บนสวรรค์ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตนี้ในทันที

ขอเพียงเราเปิดใจชื่นชมและขอบคุณสิ่งที่มีในทุกวันค่ะ

🌼🌸💮🏵🌻

โรบิน ชาร์มา กล่าวว่า
ความขอบคุณทำให้เรามีความสุข
ความสุขทำให้เราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทำใหเกิดความเชี่ยวชาญ
และความเชี่ยวชาญนั้นเป็นแรงบันดาลใจแก่โลก

สวัสดียามเช้าเทพบุตรเทพธิดาบนดินทุกท่านค่ะ

น้ำใจคนไทย ที่ชาวโลกสัมผัสได้

37102568_1965955456772424_5799934488037294080_n.jpg

เราใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตอยู่ในต่างแดน
ไม่มีครั้งไหนที่เราจะรู้สึกภูมิใจ
ที่ได้เกิดเป็น ‘คนไทย’ เท่าวันนี้
คงไม่มีเหตุการณ์ไหนที่จะแสดงให้เห็นถึง
ศักยภาพอันสูงส่งด้านมนุษยธรรมของคนไทย
ให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกได้
เท่าปฎิบัติการพาหมูป่ากลับบ้าน

ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทุกวันจะมีเพื่อน ๆ แวะมาคุย
มาถามไถ่ข่าวคราว
แสดงความรู้สึกห่วงใย
และชื่นชม ‘คนไทย’ มากมาย

เช้าวันนี้เพื่อนที่ทำงานคนหนึ่งแวะมาบอกว่า
“คุณแม่วัย 86 ปี ของฉัน ดูข่าวเด็กๆ
แล้วไปวัดจีนสวดมนต์ขอพรให้เด็กๆ ทุกวัน”

วันก่อนเพื่อนร่วมงานชาวมุสลิม
มาแสดงความยินดีที่เด็กๆ ออกจากถ้ำได้ทุกคน
พูดแล้วก็ยกชายแขนเสื้อซับน้ำตา
พร้อมบอกว่า “ขอโทษนะ ผมปลื้มใจมากไปหน่อย”

ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล
แวะมาบอกว่า “ผมชื่นชมสองประเทศในโลกนี้
หนึ่งคือญี่ปุ่น ในความมีระเบียบวินัย
สองคือประเทศไทย ในความมีน้ำใจอันเยี่ยมยอด”

เพื่อนร่วมงานชาวฝรั่งเศส
บอกว่า “ดีใจที่ฝรั่งเศสเข้ารอบชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงแชมป์โลก
แต่ดีใจมากกว่า ที่เด็กๆ ปลอดภัย”

ค่ำวันที่หมูป่าสี่คนสุดท้ายกับโค้ชออกจากถ้ำ
เรากำลังทานอาหารเย็นรับรองแขกของบริษัทอยู่
ท่านกรรมการผู้จัดการเข้ามาจับมือแสดงความยินดีกับเรา
เมื่อเขาเห็นข่าวว่าทุกคนปลอดภัยดี

เพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่น
ถามไถ่ถึงข่าวคราวของเด็กๆ
ในขณะที่บ้านพ่อแม่ของเขาที่ญี่ปุ่น
น้ำท่วมถึงหัวเข่าในห้องนั่งเล่น

“4 หรือ 6?” คือประโยคแรก
ที่เพื่อนร่วมงานชาวเมียนมาร์ใช้ทักทาย
เมื่อเราก้าวเข้าที่ทำงานในเช้าวันจันทร์

เราต้องคอยตอบคำถามผ่านข้อความ
ตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์
บางเรื่องราวเพื่อนชาวต่างชาติ
รู้ก่อนแล้วบอกเราด้วยซ้ำ

“ไม่น่าเลย นักดำน้ำคนหนึ่งเสียชีวิต”
เจ้านายเราตะโกนข้ามโต๊ะมาบอกข่าวร้าย
ในบ่ายวันศุกร์ที่เราได้ข่าวการสูญเสีย

และอีกมากมายนับไม่ถ้วนกับบทสนทนา
ที่ถามไถ่ด้วยความอยากรู้
แต่ทุกคนจะปิดท้าย
ด้วยความรู้สึกทึ่ง
และความชื่นชมน้ำใจของคนไทย
ที่ไม่เคยทิ้งกันในยามยาก
ไม่ว่าจะยากดีมีจนยังไง อยู่ใกล้ไกลแค่ไหน
เราสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวในยามคับขัน

ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไม
จึงมีคนต่างชาติใส่ใจถามไถ่
กับเรื่องราวเหล่านี้นี้มากมาย
เราคิดว่า ‘คนไทย’ เป็น ‘แรงบันดาลใจ’
ให้พวกเขาแสดงออกถึงความห่วงใย
ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากขึ้น

เพื่อนหลายต่อหลายคนบอก
จะต้องไปเยี่ยมถ้ำหลวงให้ได้สักวัน
เราคิดว่าสิ่งที่ดึงดูดใจคนเหล่านี้
ไม่ใช่เพียงชื่อเสียง ความอัศจรรย์
และความงดงามของ ‘ถ้ำหลวงนางนอน’
แต่เขาอยากมาสัมผัส ความอัศจรรย์
ความงดงามของ ‘จิตใจ’ ‘คนไทย’ เราด้วย

ขอบคุณนะคะ ‘ฮีโร่ทุกท่าน’
ที่ปิดทองทั้งด้านหน้าและด้านหลังพระ
ที่คุณแสดงให้ชาวโลกได้เห็น
ว่า ‘คนไทย’ น่ารักมากมาย
และเมืองไทยก็น่าอยู่ขึ้น…เพราะคุณ

อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่รู้สึกดีค่ะ

แชมป์ชีวิต

36405905_1943599595674677_2862577663921356800_n.jpg

คงไม่มีหัวข้อสนทนาไหนในช่วงนี้ที่จะออกรสมากไปกว่าเรื่องของ ‘ฟุตบอลชิงแชมป์โลก’ แทบทุกวันในช่วงพักเที่ยง พักเบรค หรือไม่ก็ก่อนหรือหลังประชุม ฉันจะได้รับรู้ข่าวคราวว่าทีมไหนเข้ารอบไปอย่างน่ายินดี ทีมไหนตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ฉันได้ติดตามความเป็นไปของแต่ละทีมโดยที่ไม่เคยนั่งดูการแข่งขันแม้แต่นัดเดียว

เพื่อนบางคนลงทุนเก็บวันหยุดในปีนี้พาครอบครัวบินลัดฟ้าไปเชียร์ถึงขอบสนามแข่งขัน บางคนก็ลางานครึ่งวันล่วงหน้าไว้เพื่อที่จะได้นั่งลุ้นหน้าจอโทรทัศน์ในตอนเช้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน บางคนก็อัดวีดีโอไว้นั่งดูหลังเลิกงาน เมื่อมีโอกาสก็จะเสวนากันอย่างถึงใจกับ ‘คอบอล’ ด้วยกัน

บางคนไม่เคยซื้อหวย ไม่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะมีกินมีใช้เหลือเฟือและไม่หวังรวยเพิ่มขึ้นทางลัด แต่ก็ลงทุนไปยืนเข้าคิวซื้อตั๋วพนันบอลโลก เพื่อเป็นประสบการณ์ชีวิตที่แปลกใหม่ สนุกสนานและท้าทาย

เพื่อนบางคนรู้ดี…
ทีมไหนเคยเป็นแชมป์มาก่อน กี่ครั้ง ปีไหนบ้าง
ทีมไหนเป็นตัวเก็งในปีนี้
ทีมไหนเป็นม้ามืดเพราะซุ่มซ้อมมาดี
ทีมไหนมีค่าตัวแพงที่สุด
ทีมไหนมีผู้จัดการที่เก่ง
ทีมไหนเล่นเข้าขากันดี
ทีมไหนมีปัญหาใดบ้างที่อาจทำให้ไปไม่ถึงฝัน

ฉันไม่ใช่แฟนฟุตบอล ไม่ได้นั่งติดตาม แต่ก็พอรู้ว่ากีฬาประเภทนี้มีอิทธิพลต่อชีวิตคนเราค่อนข้างมาก ช่วงนี้ตามสนามกีฬาต่าง ๆ มีคนไปเตะฟุตบอล ออกกำลังกายมากกว่าปกติ เพราะได้รับแรงบันดาลใจเพิ่มเติมจากนักฟุตบอลที่ตนชอบ และทีมที่ตนเชียร์

ฉันหวังว่าแรงบันดาลใจนั้น จะเป็นกำลังใจสำคัญในการลงเล่นเกมส์ชีวิตของแต่ละครอบครัวด้วย

ทีมฟุตบอลทีมไหนจะเป็นแชมป์ ทีมไหนจะตกรอบฟุตบอลชิงแชมป์โลก…ฉันไม่รู้
ฉันรู้เพียงว่า ทีมครอบครัวของเราจะแพ้เกมส์ชีวิตไม่ได้เป็นอันขาด
ทีมเราต้องสามัคคีกัน…ให้กำลังใจกัน
ทีมเราต้องใช้เวลาซักซ้อมทำความเข้าใจกันให้มาก
ทีมเราต้องมีการจัดการที่ดี
ทีมเราต้องเอาใจใส่ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ
ทีมเราต้องแก้แต่ละปัญหาที่ผ่านเข้ามาไปด้วยกันให้ได้
และทีมเราจะมีความสุขด้วยกัน…
เมื่อเราเป็นแชมป์ชีวิตบนเส้นทางที่เราหวังเอาไว้

สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ

วันที่เราไม่ลืมกัน

30725156_1852952038072767_3606079525546360832_n.jpg

“ทำไมคนเราจึงกลัวตายงั้นเหรอ? นั่นก็เพราะเรากลัวจะถูกลืม แม้เราจะจากโลกนี้ไป โลกก็ยังคงหมุนไปตามเดิม และเราก็จะถูกลืมไปในที่สุด ที่ผ่านมาผมไม่เคยกลัว แม้ผมจะต้องจากโลกนี้ไปสู่อีกโลกหนึ่ง แม้จะไม่มีใครระลึกถึงผมเลย ผมไม่เคยใส่ใจ แต่ตอนนี้ในขณะที่ผมกำลังจะไปจากโลกนี้ ผมรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา เพราะมีใครบางคนที่ผมไม่อยากให้เธอลืมผม”

คำพูดของโดมินจุน ตัวเอกจากซีรีย์เกาหลีเรื่อง ‘My love from another star’ ละครเกาหลีที่ฉันชื่นชอบและติดตามชมเมื่อหลายปีก่อนดังขึ้นมาในความคิด เมื่อฉันเดินเข้าไปยังอาคารที่เก็บอัฐิภายในชุมชนใกล้บ้านในช่วงเทศกาลเชงเม้งที่ผ่านมา

ในสมัยก่อนลูกหลานชาวจีนจะพากันไปทำความสะอาดหลุมฝังศพ ตกแต่งประดับประดาให้ดูใหม่ ตลอดจนนำอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องไหว้ กระดาษเงิน กระดาษทอง เครื่องทำกงเต๊กต่างๆ ไปเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือที่หลุมฝังศพหรือป่าช้า แต่ในสมัยนี้ยิ่งในชุมชนเมืองที่มีพื้นที่น้อยนิด พื้นที่จัดสรรสำหรับการทำหลุมฝังศพของศาสนาอื่นใดนอกจากศาสนาอิสลามนั้นแทบจะไม่มีเลย หลังจากการเผาอัฐิของคนตายจะนำไปเก็บตามสถานที่เก็บอัฐิต่างๆ เช่นตามวัด ที่มีห้องเก็บอัฐิที่ได้รับอนุญาติจากกรมสิ่งแวดล้อม หรืออาคารที่เก็บอัฐิที่ดำเนินการโดยรัฐ

ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ที่เก็บอัฐิจึงเป็นที่นัดพบของบรรดาญาติ ๆ ในแต่ละครอบครัวเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษและผู้คนในตระกูลที่เสียชีวิตไป

ไม่ว่าตอนที่เป็นคนจะอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตราคาแพงมากแค่ไหน เมื่อตายไปแล้วกระดูกบางส่วนของคนตายจะถูกเก็บไว้ในช่องเล็กๆ ขนาดไม่เกิน 12*10*8 นิ้ว ราคาช่องละประมาณสองสามหมื่นบาทเหมือนกันทุกคน ที่เก็บอัฐินี้บางครอบครัวก็จะทำการจองไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้อยู่ใกล้กับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ และได้เลขประจำช่องตามที่ต้องการ คล้ายๆ กับเลขที่บ้าน เพราะคนจีนส่วนใหญ่จะเชื่อในฮวงจุ้ย เลขประจำช่องที่ลงท้ายด้วย 4 หรือมีเลข 4 ประกอบด้วยมักจะไม่เป็นที่นิยม แต่หากไม่ได้ทำการจองไว้ก็แล้วแต่ลูกหลานจะจัดการให้ บางคนโชคดีอาจมีคนย้ายอัฐิบรรพบุรุษออกไปที่อื่น ก็อาจได้ช่องเก็บอัฐิที่มีเลขประจำช่องที่เชื่อว่าเป็นศิริมงคล นอกจากจะเป็นศิริมงคลสำหรับผู้ตาย ก็ยังถือเป็นบุญของลูกหลานด้วย

หลังจากตรุษจีน สมาชิกในครอบครัวใหญ่ก็จะได้พบปะกันอย่างครบถ้วนอีกครั้งในช่วงเชงเม้ง ปีละครั้งสำหรับการรำลึกถึงสมาชิกในตระกูลที่ล่วงลับ แทบทุกคนจะพูดถึงสิ่งดีดีที่ผู้ตายเคยทำ ผู้เฒ่าผู้แก่จะถือโอกาสบอกเล่าถึงประวัติ ที่มาของตระกูล ความยากลำบากในการสร้างครอบครัวเมื่อบรรพบุรุษเหล่านั้นเดินทางมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ทางเรือมาตั้งรกรากบนแผ่นดินไกลโพ้น ตลอดจนความดีงามที่บรรพบุรุษเคยทำไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้จดจำ เป็นการสอนถึงความกตัญญูรู้คุณญาติผู้ใหญ่ แม้ว่าบางคนอาจไม่เคยได้เห็นหน้าเขาเหล่านั้นเลยก็ตาม

เมื่อเวลาผ่านไป การจากลาก็ไม่ใช่ความความโศกเศร้าอีกต่อไป แต่เป็นโอกาสให้เราได้ระลึกถึงสิ่งดีดีของบุคคลนั้น ที่เราพึงจำได้ ไม่มีอคติใดหลงเหลืออยู่ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าเทศกาลเชงเม้งเป็นเทศกาลแห่งความสว่างสดใสจริง ๆ ไม่เพียงแต่สภาพแวดล้อมในฤดูใบไม้ผลิ แต่รวมไปถึงความเบิกบานของจิตใจลูกหลานอีกด้วย

หลังจากทำการเซ่นไหว้ด้วยอาหารการกินเสร็จแล้ว ญาติ ๆ ก็จะทำการเผากงเต๊ก กระดาษที่ทำจำลองเงิน ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า รถยนต์ โทรศัพท์ ตลอดจนสิ่งที่ผู้ตายชื่นชอบเช่นบุหรี่ เหล้า หรือแม้กระทั่งชุดไพ่จีน คนจีนทั่วไปเชื่อว่าการเผากงเต๊กเป็นการอุทิศสิ่งเหล่านั้นให้ผู้ตายนำไปใช้ในอีกโลก

สำหรับบางคน เปลวไฟที่ไหม้กระดาษลงจนเป็นเพียงเศษเถ้าก็อาจเป็นเครื่องเตือนใจเราให้ระลึกได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าวของใดที่ผู้ตายเคยใช้ เคยชอบ เคยอยากมี เขาก็ไม่อาจนำติดตัวไปได้สักอย่างเดียวเมื่อเวลานั้นมาถึง นอกเหนือไปจากคุณงามความดีที่เคยทำเมื่อยังมีชีวิตอยู่

หลังจากการเซ่นไหว้ เผากงเต๊กเสร็จแล้ว สมาชิกในครอบครัวก็จะไปรวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน ถือเป็นการรวมญาติที่มีความสุขกันอีกครั้ง โดยที่ผู้ที่จากโลกนี้ไปได้รับการระลึกถึง และไม่ถูกลืมเลือน จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งในโลกหน้า เป็นการเตือนสติให้คนที่อยู่ไม่ต้องหวาดกลัวกับความตายจนเกินไป และตั้งใจทำความดีในวันที่ยังเหลือ

เพราะความดีงามคือสิ่งที่จะทำให้เราไม่ถูกลืม

สุขสันต์วันที่เราไม่ลืมกันค่ะ