กบล้านตัว

38783153_2011830418851594_8536081289860612096_n

ชาวนาเข้าไปในตัวเมืองเพื่อเจรจาขายสินค้ากับเจ้าของร้านอาหาร ร้านอาหารแห่งนี้มีชื่อเสียงด้วยเมนูที่ทำจากกบ

ชาวนาบอกเจ้าของร้านอาหารว่าสามารถจะส่งกบให้ร้านอาหารเป็นจำนวนหนึ่งหมื่นตัว เจ้าของร้านอาหารถามชาวนาว่าจะไปเอาที่ไหนมาเยอะแยะ ชาวนาทำฟาร์มกบอยู่ด้วยหรือเปล่า ชาวนาตอบว่าที่บึงข้างบ้านมีกบเยอะมากเป็นล้านตัวได้ เพราะกบส่งเสียงร้องจนเขาแทบไม่ได้นอน

ด้วยราคาที่ถูกกว่าที่อื่นๆ เจ้าของร้านอาหารบอกให้ชาวนานำกบมาส่งสัปดาห์ละห้าร้อยตัว จนกว่าจะครบตามที่ตกลงกันไว้

สามวันต่อมาเมื่อถึงเวลาส่งกบห้าร้อยตัวแรกให้กับร้านอาหาร ชาวนาเดินเข้าร้านมาด้วยท่าทางอ่อนแรง เขาสูบน้ำออกจากบึงเกือบทั้งหมดเพื่อดักกบ ชาวนาสะพายข้องซึ่งมีกบอยู่ประมาณยี่สิบตัว เจ้าของร้านอาหารแปลกใจที่เห็นกบเพียงไม่กี่ตัว แทนที่จะเป็นห้าร้อยตัวตามที่ตกลงกันไว้

ชาวนาบอกกับเจ้าของร้านว่า “ผมคิดผิด ทั้งบึงมีกบอยู่แค่นี้ แต่มันร้องเสียงดังเหลือเกิน เหมือนมีอยู่เป็นล้านตัว”

🐸 🐸 🐸 🐸 🐸

เสียงดูถูกหรือเสียงนินทาที่เราได้ยิน
อาจจะมาจากคนแค่ไม่กี่คน
แม้เราจะรู้สึกว่าเสียงนั้นดังจนแทบทนไม่ไหว
แต่แท้ที่จริงแล้ว
มีคนไม่กี่คนหรอกที่จะว่างมาใส่ใจเรื่องของเราขนาดนั้น

ปัญหาในที่มืดอาจดูใหญ่หลวง
เราอาจเฝ้ากังวลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งทั้งคืน
แต่พอรุ่งเช้า เมื่อดูใกล้ๆ
มันอาจไม่มีอะไรเลยก็ได้

คลายกังวลก่อนนะคะ

สุขสันต์วันดีดีค่ะ

(กบล้านตัว เรียบเรียงมาจาก The Noisy Frogs http://inspirations-for-living.blogspot.com/2013/05/the-noisy-frogs.html)

ความงาม

37100782_1966271490074154_2994343377912201216_n

ความงามที่แท้จริง
หาใช่เพียงความงามของใบหน้า
แต่คือความงามของจิตใจ

ขุมทรัพย์ที่แท้จริง
หาใช่เพียงสิ่งที่มองเห็น
แต่คือสิ่งที่เรายังไม่เห็นอีกด้วย

ความรักที่แท้จริง
หาใช่เพียงความดีที่ทำแล้วมีคนรู้
แต่คือความดีที่ทำแล้ว แต่ยังไม่มีคนรู้ต่างหาก

♥️♥️♥️♥️♥️

สำหรับทุกความดีที่ได้เกิดขึ้น
แต่เราไม่รู้ไม่เห็น
ขอขอบคุณ ‘ความรัก’ อันแท้จริงนั้นจากใจค่ะ

คุณค่าของชีวิต

876_225047544323372_986072607_n

โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เริ่มต้นการสัมมนาด้วยการถือธนบัตรใบละหนึ่งร้อยเหรียญในมือ

ในห้องประชุมมีผู้มาร่วมสัมมนาประมาณสองร้อยคน

เขาชูธนบัตรในมือขึ้น แล้วถามว่า “ใครต้องการธนบัตรใบนี้บ้าง?”

มีคนยกมือขึ้นเกือบเต็มห้อง

โค้ชกล่าวต่อว่า “ผมจะมอบธนบัตรใบนี้ให้คุณ แต่ก่อนจะให้ ผมขอทำแบบนี้ก่อนนะ”

ว่าแล้วเขาก็ขยำธนบัตรในมือจนยับยู่ยี่

“ใครยังต้องการธนบัตรใบนี้อยู่อีก?” โค้ชถาม

มีคนยกมือขึ้นเกือบเต็มห้อง

“ถ้างั้น เอาแบบนี้นะ”…

ว่าแล้วโค้ชก็ทิ้งธนบัตรลงบนพื้น ใช้เท้าเหยียบธนบัตรใบนั้นอีกครั้ง จนมันยู่ยี่และสกปรก เขาหยิบธนบัตรขึ้นมา

“ใครยังต้องการธนบัตรใบนี้อยู่อีก?” โค้ชถาม

ก็ยังมีคนยกมือขึ้นเกือบเต็มห้อง

“ทุกคนเห็นแล้วนะครับว่า ไม่ว่าผมจะทำอะไรกับธนบัตรใบนี้ ทั้งขยี้และเหยียบย่ำพวกคุณก็ยังต้องการมันอยู่ ธนบัตรใบนี้ก็ยังมีค่า 100 เหรียญอยู่ดี….คุณก็เช่นกัน”

💸💷💶💵💴💸

บ่อยครั้งที่เราล้มลุกคลุกคลาน
ชีวิตเปื้อนฝุ่น
เพราะการตัดสินใจของเรา
หรือจะด้วยสถานการณ์ที่บังคับ
เรารู้สึกว่าเราด้อยค่าเหลือเกิน

แต่ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นแล้ว
หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
จำไว้เถิดว่า
คุณค่าในตัวเรา…มิได้ลดลงเลย

ไม่ว่าชีวิตเราจะสกปรกหรือบริสุทธิ์สะอาด
ไม่ว่าชีวิตเราจะยับเยินหรือเรียบร้อยไร้ตำหนิ
เรา….มีค่ามากเสมอสำหรับคนที่รักเรา

คุณค่าของชีวิต
ไม่ได้เกิดจากสิ่งแวดล้อม
หรือคนที่เรารู้จัก
แต่เกิดจากสิ่งที่เราเป็น
เรา…พิเศษเสมอ

อุษาสวัสดิ์เช้าวันพิเศษค่ะ

(คุณค่าของชีวิต เรียบเรียงมาจาก You Will Never Lose Your value,
http://moralstories26.com/you-will-never-lose-your-value/).

สร้างชีวิตงาม

36915578_1962790860422217_6679300669339336704_o.jpg

นานมาแล้วมีช่างไม้คนหนึ่งทำงานดีมาก เขาทำงานหนักและก่อสร้างบ้านออกมาสวยงามและคุณภาพดีมาตลอด จนกระทั่งเขามีอายุมากขึ้นและภาระต่างๆ ในครอบครัวบางเบาลง จึงคิดว่าถึงเวลาที่ควรจะพักเสียที

เขามีเงินเก็บเล็กน้อยและคิดว่าถ้าใช้อย่างประหยัดคงอยู่ได้อย่างมีความสุขไปจนวาระสุดท้าย

เมื่อเขาแจ้งความประสงค์ที่จะเกษียณกับเจ้านายของเขา เจ้านายรู้สึกเสียดายที่จะต้องเสียคนงานที่อยู่ด้วยกันมานาน มีความสามารถและทำงานได้ดีไป

เจ้านายคิดอยู่นาน แต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของช่างไม้ แต่ก่อนที่เขาจะหยุดทำงาน เจ้านายขอร้องให้เขาช่วยสร้างบ้านหลังสุดท้ายให้ก่อนที่จะเกษียณ

ช่างไม้ตอบตกลง ทว่าเมื่อช่างไม้ตัดสินใจว่าจะเกษียณ เขาก็ไม่ค่อยใส่ใจกับงานชิ้นสุดท้ายนี้มากนัก เขาอยากเพียงให้งานเสร็จเร็วๆ รายละเอียดต่างๆ ที่เขาเคยทำก็ปล่อยไป เพราะไหนๆ ก็เป็นงานชิ้นสุดท้ายแล้ว ซึ่งต่างจากงานทุกชิ้นที่เขาเคยทำมาโดยสิ้นเชิง นั่นก็เพราะหัวใจเขาไม่ได้อยู่ที่งานอีกต่อไป เขาคิดแต่เรื่องชีวิตหลังเกษียณ

ในวันที่งานเสร็จสิ้นลง เจ้านายเขามารับงานตามที่ตกลงกันไว้ เจ้านายเขาเห็นได้ชัดถึงคุณภาพของงานที่ย่ำแย่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเอกสารทุกอย่างเสร็จสิ้น ช่างไม้ยื่นกุญแจให้เจ้านาย เจ้านายของเขายืนขึ้นพร้อมยื่นโฉนดที่ดินให้เขาและบอกว่า

“ยินดีด้วยนะ ทางบริษัทขอมอบบ้านหลังนี้ให้คุณ เป็นของขวัญวันเกษียณและขอบคุณที่คุณทำงานให้กับบริษัทมากว่าสามสิบปี”

ช่างไม้ตกใจและเสียดายมากที่สุดในชีวิต หากเขารู้มาก่อนว่าเขาสร้างบ้านหลังนี้ให้กับตนเอง เขาคงจะทำให้มันดีที่สุดเท่าที่เคยทำมา

🐷🐖🐗🐽🐄🐄🐷🐖🐗🐽

เราเองก็ไม่ต่างกัน
ทุกวันนี้เราต่างไปทำงาน
บางคนทำด้วยใจรัก
บางคนไม่ใส่ใจเลยด้วยซ้ำ
บางคนทำงานอย่างมีคุณภาพ
บางคนสักแต่ว่าได้ทำ
บางคนทำงานด้วยความขยัน
บางคนทำโดยไม่ใช้ความพยายามใด

เราต่างกำลังเป็นช่าง
ที่สร้างชีวิตของเราอยู่ทุกวัน

หากวันนี้เรากำลังไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่
นั่นอาจเป็นผลพวงจากการสร้างในอดีต
ดังนั้นคงยังไม่สาย
ที่จะเริ่มสร้างชีวิตที่เรายากให้เป็นให้ดีที่สุด
วันนี้

สุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า
เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้…คือยี่สิบปีที่แล้ว
เวลาที่ดีรองลงมา…คือขณะนี้

อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่เราสร้างชีวิตที่ดีงามให้ตัวเองค่ะ

(สร้างชีวิตงาม เรียบเรียงมาจาก The Retiring Carpenter – A Story About the Life We Build for Ourselves,
https://www.google.com/amp/s/betterlifecoachingblog.com/2011/09/23/the-retiring-carpenter-a-story-about-the-life-we-build-for-ourselves-2/amp/)

หมากรุกสอนใจ

37025630_1961260960575207_3631653706446929920_o

ชายหนุ่มคนหนึ่งมาหาพระอาจารย์เจ้าอาวาส เพื่อมาขออนุญาตบวชเป็นพระในสำนักวัดนั้น ชายคนนั้นบอกเจ้าอาวาสว่า “ผมอยากบวชเรียน เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน สิ่งเดียวที่ผมรู้คือการเล่นหมากรุก ซึ่งพ่อของผมสอนตั้งแต่เด็ก แต่ผมอยากเรียนรู้วิถีทางสู่พระนิพพาน และมีคนบอกผมว่าติดหมากรุกเป็นบาปอย่างหนึ่ง”

เจ้าอาวาสตอบว่า “มันอาจจะเป็นบาปแต่มันก็อาจช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและสอนอะไรเราได้ วัดเราอาจต้องมีทั้งสองอย่างนี้”

เจ้าอาวาสจึงเรียกประชุมพระเณรในวัด และให้จัดเตรียมกระดานหมากรุกไว้ให้ชายหนุ่มเล่นหมากรุกกับพระในวัด แต่ก่อนเริ่มเจ้าอาวาสกล่าวว่า

“เราอาจต้องการการผ่อนคลาย แต่เราไม่อาจมีใครนั่งเล่นหมากรุกตลอดเวลา ดังนั้นคนที่เล่นเก่งที่สุดจึงจะอยู่ต่อ หากใครแพ้ก็ต้องออกจากวัดเพื่อสละที่ให้กับชายหนุ่มคนนี้เข้ามาบวช”

ใครใครก็รู้ว่าเจ้าอาวาสเป็นคนเคร่งครัดและพูดจริงทำจริง

เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ด้วยความชำนาญชายหนุ่มรู้ดีว่าหากเขารุกเขาจะเป็นผู้ชนะทันที แต่เมื่อเขามองเข้าไปในดวงตาของพระคู่แข่ง เขาเห็นความบริสุทธิ์ในแววตาคู่นั้น เขาคิดกับตัวเองว่าเขาไม่อาจปล่อยให้พระรูปนี้ต้องออกจากวัดไปได้ พระรูปนี้น่าจะได้มีโอกาสสร้างคุณงามความดีในวัดนี้ต่อ เขาตั้งใจเล่นให้แย่ลง และทำท่าว่าจะแพ้ในที่สุด

ทุกการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ในสายตาของเจ้าอาวาสตลอดเวลา เจ้าอาวาสเข้าใจถึงความตั้งใจของเขาจึงพลิกกระดานหมากรุกลงเกลื่อนพื้น แล้วกล่าวว่า

“เธอเรียนรู้มามากกว่าการเล่นหมากรุก เธอมีความสามารถในการพิจารณาไตร่ตรอง มีทักษะที่จะเอาชนะการแข่งขันได้ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มีความเมตตาและความกล้าที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น เธอแสดงออกให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างระเบียบวินัยกับความเมตตา ยินดีต้อนรับสู่วัดของเรา”

🌸🌼💐🌷🌸🌼💐🌷

ไม่ว่าสิ่งนั้นเราจะต้องการมันมากแค่ไหน
หากเราเปิดใจ
เราอาจเรียนรู้ว่าคนอื่นต้องการมันมากกว่า
คนอื่นทุกข์มากกว่า
ความต้องการของเราจะลดขนาดลง

เราอาจต้องให้ก่อน เพื่อที่จะรับ
เราอาจต้องเสียสละให้ผู้อื่นก่อนคิดถึงตัวเอง
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรม
เมื่อเราให้สิ่งที่ดีกับคนอื่น
เราจะได้รับสิ่งที่ดีตอบกลับมาเสมอ

มีความสุขวันทำงานค่ะ

(หมากรุกสอนใจ เรียบเรียงจาก Can Win but Still Lose.. Why?, http://moralstories26.com/moral-stories-on-self-sacrifice-playing-chess/)

ขวานกับคันเบ็ด

36852917_1959594407408529_4605106510782005248_o.jpg

นานมาแล้วมีคนตัดฟืนสองคนเป็นเพื่อนกัน ทั้งสองออกไปตัดฟืนในป่าแล้วนำไปขายที่ตลาดใกล้บ้านทุกวัน ซึ่งอาชีพนี้ได้สร้างรายได้ให้ทั้งสองคนพออยู่พอกิน

วันหนึ่งขณะที่คนตัดฟืนทั้งสองกำลังพักทานอาหารกลางวันกันอยู่ก็มีขอทานคนหนึ่งเดินผ่านมา ขอเงินและอาหารจากทั้งสอง

เพื่อนคนหนึ่งกำลังค้นถุงย่ามดูว่าจะมีเศษเงินติดตัวมาหรือเปล่า แต่เพื่อนอีกคนจับมือเขาไว้ แล้วบอกกับขอทานว่า

“วันนี้เราเอาข้าวมาเพียงพอที่จะกินกลางวันกันสองคนและมันก็หมดไปแล้ว เราเป็นเพียงคนตัดฟืนที่ไม่ได้มีเงินทองติดตัวมากมายนัก เราคงให้เงินท่านไม่ได้ แต่เราเอาขวานมาสองเล่ม เราสามารถให้ท่านยืมขวานเราไปตัดไม้ได้ และหวังว่าค่ำนี้ท่านจะได้ไม้พอไปขายที่ตลาดเพื่อจะได้เอาเงินไปซื้ออาหารโดยไม่ต้องไปขอใคร”

ขอทานรู้สึกผิดหวังแต่ก็ไม่มีทางเลือก จึงเดินตามคนตัดฟืนไปตัดไม้ในช่วงบ่าย คนตัดฟืนทั้งสองช่วยสอนขอทานอย่างอดทนจนเขาตัดไม้ได้จำนวนหนึ่ง เมื่อตกเย็นชายทั้งสามคนจึงพากันเดินไปตลาด

ในตอนแรกชายขอทานยังขายฟืนไม่ได้ เขารู้สึกหงุดหงิดแล้วบ่นกับตัวเองว่า “หากคนตัดไม้จะให้ข้าวเรากินสักเล็กน้อยก็คงไม่ต้องมายืนหิวข้าวอยู่เช่นนี้”

สักพักก็มีเกวียนลากผ่าน ชายคนหนึ่งลงเกวียนมากว้านซื้อฟืนไปเป็นจำนวนมาก ชายขอทานดีใจที่ได้เงินจากการขายฟืน เขาจึงเดินไปอวดเงินกับคนตัดฟืนทั้งสอง

คนตัดฟืนจึงนำทางชายขอทานไปซื้อขวานเล่มใหม่เอี่ยมให้เขา ชายขอทานมีความสุขที่มีขวานเอาไว้ตัดไม้ทำฟืน และเขานำเงินที่เหลือไปซื้ออาหารค่ำกิน

เมื่อแยกย้ายกับขอทานแล้ว ชายคนตัดฟืนทั้งสองจึงคุยกันว่า “หากเราให้ข้าวหรือเงินเขาไปซื้อข้าว เขาคงรีบกินและป่านนี้คงหิวอีกรอบ แต่การที่เราสอนให้เขาตัดฟืนขาย เราสอนทักษะซึ่งเขาสามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต และหวังว่าจากนี้ไป เขาจะไม่ต้องหิวอีกหากเขาขยันพอ”

🍀🌲🌳🍀🌲🌳

มีคนบอกว่า
บางครั้งการให้คันเบ็ด
ก็ดีกว่าการให้ปลา
ให้เขาได้มีทักษะติดตัวไปชั่วชีวิต

สุขสันต์วันที่ได้ทำงานและได้ช่วยสร้างอาชีพคนค่ะ

ทักษะของผู้เชี่ยวชาญ

36792539_1958060654228571_1607455200598032384_n.jpg

เจ้าของโรงงานใหญ่แห่งหนึ่งกำลังประสบปัญหาเครื่องจักรไม่ทำงาน ซึ่งทำให้เขาต้องหยุดการผลิตและเสียรายได้วันละเป็นล้านเหรียญ คนงานพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ในที่สุดเจ้าของโรงงานก็ได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแก้ปัญหาเครื่องจักร

ผู้เชียวชาญใช้เวลาไม่กี่นาที ตรวจสอบเครื่องจักร แล้วก็หยิบไขควงขึ้นมาไขน็อตตัวหนึ่ง

แค่นั้นเครื่องจักรก็เริ่มทำงานได้ตามปกติ สร้างความฉงนใจให้กับทุกคนในโรงงานที่ยืนมองอยู่

เมื่องานสำเร็จ ผู้เชี่ยวชาญก็เขียนใบสำคัญเก็บเงินใบหนึ่งยื่นให้เจ้าของโรงงาน ว่าเป็นค่าบริการ จำนวนหนึ่งหมื่นเหรียญ

เจ้าของโรงงานเห็นราคาก็ตกใจ เพราะผู้เชี่ยวชาญใช้เพียงเวลาไม่กี่นาทีในการทำงาน จึงขอรายละเอียดใบสำคัญเก็บเงินให้แจกแจงอย่างถ้วนถี่

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นผู้เชี่ยวชาญก็ยื่นใบสำคัญเก็บเงินให้เจ้าของโรงงานพร้อมรายละเอียดว่า

“ค่าแรงขันน็อตสกรู 1 เหรียญ
ค่าความเชี่ยวชาญที่รู้ว่าน็อตสกรูตัวไหนที่ต้องขัน 9999 เหรียญ”

🌟🌤☀️⭐️💫

เอิร์ล ไนติงเกล นักสร้างแรงบันดาลใจที่โด่งดัง
เคยกล่าวไว้ว่า หากเราอุทิศเวลาหนึ่งชั่วโมงในทุกวัน
เรียนรู้สิ่งที่เราอยากรู้
ภายในสามปี เราจะเป็นผู้รู้ในด้านนั้น
ภายในห้าปี เราจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับประเทศ
ภายในเจ็ดปี เราจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับโลก
แค่หนึ่งชั่วโมงต่อวัน….

ลองดูไหมคะ?
ใครจะรู้ทักษะเหล่านี้อาจไม่เพียงแค่ใช้ทำเงิน แต่มันอาจใช้ช่วยชีวิตคนในยามคับขันได้

สวัสดียามเช้าค่ะผู้เชี่ยวชาญทุกท่าน