เทวดาบนดิน

37674771_1982438515124118_1795381013598175232_o.jpg

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ฉันได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับพระอาจารย์ที่เคารพรูปหนึ่ง ในเรื่องเทวดา ซึ่งสืบเนื่องมาจากการอ่านพระไตรปิฏกในหมวดของวิมานวัตถุ ที่พระโมคคัลลานะได้จาริกท่องเที่ยวไปยังสวรรค์ชั้นต่าง ๆได้พบเห็นวิมานทองของเหล่าเทพบุตรเทพธิดาทั้งหลายแล้ว ได้ไต่ถามเทพบุตรเทพธิดาเหล่านั้นว่า ทำบุญอะไร ทานด้วยสิ่งใด จึงได้เสวยผลบุญ ได้รับทิพยสมบัติวิมานแล้ว วิมานทองอันงดงามยิ่งนักเช่นนี้ เทพบุตรและเทพธิดาเหล่านั้นจึงได้เล่าถึงบุญทานที่ตนได้กระทำในสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ บ้างก็มาก บ้างก็เล็กน้อย ตามที่เกิดขึ้น

จากนั้นพระมหาเถระได้กลับมาสู่มนุษย์โลก นำข่าวสารที่ได้พบเห็นมาแจ้งแก่หมู่ชนทั้งหลาย ซึ่งต่างก็พากันศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาทำบุญสร้างกุศล เพื่อหวังผลอันเป็นสุขสมบัติในปรโลก

ฉันจึงปรารภกับพระอาจารย์ว่า “อ่านแล้วมีแรงบันดาลใจในการทำบุญทำทาน ทำความดีขึ้นอีกเยอะ เผื่อจะได้ไปเกิดบนสวรรค์บ้าง”

พระอาจารย์ท่านตอบกลับทันควันว่า
“คุณโยมก็ได้สิทธิ์นั้นแล้วนี่ ชีวิตหลังความตายจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้แจ้ง แต่ ณ บัดนี้ ได้ทำงานมีเงินเดือน มีคนข้างกายที่น่ารักที่เพอร์เฟคเกิน 90% (ลืมถามพระอาจารย์ไปว่าที่เหลืออีก 10% คืออะไร) ได้อยู่ในถิ่นดินแดนที่หลายคนถวิลหา มันยิ่งกว่าวิมานชั้นไหนๆ แล้วนะคุณโยม”

ฉันคิดตามคำพูดของท่านอยู่พักหนึ่งแล้วก็บอกกับตัวเองว่า ‘จริงสินะ’ แล้วก็กราบนมัสการขอบพระคุณท่านที่ช่วยเตือนสติให้ฉันกลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงที่สวยงามอยู่แล้วอีกครั้ง

บ่อยครั้งที่เรามัวแต่มองไปข้างหน้าใฝ่ฝันหาจุดมุ่งหมายที่เราคิดว่าดีกว่า (สำนวนฝรั่งว่า The grass is always greener on the other side of the fence) จนลืมสังเกตความดีงามที่มีรอบตัวในขณะนั้น ๆ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นจริงๆ

การชื่นชมสิ่งที่มี การขอบคุณทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเป็นไอเดียที่ได้ฟัง ได้อ่านมาก็มาก แต่หลังจากที่ถูกสะกิดในวันนั้นมา ฉันก็ตั้งใจว่าจะนำมันมาใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น

การตั้งใจชื่นชมและขอบคุณสิ่งที่มีทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นสิ่งดีดีมากขึ้นจากสิ่งเดิมๆ ที่เคยมองเห็น ทำให้เรารู้สึกว่าถูกแวดล้อมไปด้วยสิ่งที่ดี ทำให้เรามีศรัทธาและกำลังใจที่จะทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จลุล่วง ทำความดีให้ยิ่งขึ้นไปอีกเพื่อจะได้ไปอยู่ในวิมานในภพหน้า (ยังไม่เลิกล้มความตั้งใจค่ะ)

แต่ในวันนี้หากเรามีบ้านที่อบอุ่น ได้อยู่กับครอบครัวที่น่ารัก มีสุขภาพดี มีงานทำ มีการเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม มีเงินใช้จ่าย มีอาหารที่เราชอบทานทุกมื้อ มีเสื้อผ้าสวยงามให้สวมใส่ไปไหนมาไหนอย่างรวดเร็วโดยพาหนะ ติดต่อกับคนทั้งโลกได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส ฯ แค่นี้เราก็เหมือนอยู่บนสวรรค์ที่เราสัมผัสได้ในชีวิตนี้ในทันที

ขอเพียงเราเปิดใจชื่นชมและขอบคุณสิ่งที่มีในทุกวันค่ะ

🌼🌸💮🏵🌻

โรบิน ชาร์มา กล่าวว่า
ความขอบคุณทำให้เรามีความสุข
ความสุขทำให้เราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทำใหเกิดความเชี่ยวชาญ
และความเชี่ยวชาญนั้นเป็นแรงบันดาลใจแก่โลก

สวัสดียามเช้าเทพบุตรเทพธิดาบนดินทุกท่านค่ะ

น้ำใจคนไทย ที่ชาวโลกสัมผัสได้

37102568_1965955456772424_5799934488037294080_n.jpg

เราใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตอยู่ในต่างแดน
ไม่มีครั้งไหนที่เราจะรู้สึกภูมิใจ
ที่ได้เกิดเป็น ‘คนไทย’ เท่าวันนี้
คงไม่มีเหตุการณ์ไหนที่จะแสดงให้เห็นถึง
ศักยภาพอันสูงส่งด้านมนุษยธรรมของคนไทย
ให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกได้
เท่าปฎิบัติการพาหมูป่ากลับบ้าน

ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทุกวันจะมีเพื่อน ๆ แวะมาคุย
มาถามไถ่ข่าวคราว
แสดงความรู้สึกห่วงใย
และชื่นชม ‘คนไทย’ มากมาย

เช้าวันนี้เพื่อนที่ทำงานคนหนึ่งแวะมาบอกว่า
“คุณแม่วัย 86 ปี ของฉัน ดูข่าวเด็กๆ
แล้วไปวัดจีนสวดมนต์ขอพรให้เด็กๆ ทุกวัน”

วันก่อนเพื่อนร่วมงานชาวมุสลิม
มาแสดงความยินดีที่เด็กๆ ออกจากถ้ำได้ทุกคน
พูดแล้วก็ยกชายแขนเสื้อซับน้ำตา
พร้อมบอกว่า “ขอโทษนะ ผมปลื้มใจมากไปหน่อย”

ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล
แวะมาบอกว่า “ผมชื่นชมสองประเทศในโลกนี้
หนึ่งคือญี่ปุ่น ในความมีระเบียบวินัย
สองคือประเทศไทย ในความมีน้ำใจอันเยี่ยมยอด”

เพื่อนร่วมงานชาวฝรั่งเศส
บอกว่า “ดีใจที่ฝรั่งเศสเข้ารอบชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงแชมป์โลก
แต่ดีใจมากกว่า ที่เด็กๆ ปลอดภัย”

ค่ำวันที่หมูป่าสี่คนสุดท้ายกับโค้ชออกจากถ้ำ
เรากำลังทานอาหารเย็นรับรองแขกของบริษัทอยู่
ท่านกรรมการผู้จัดการเข้ามาจับมือแสดงความยินดีกับเรา
เมื่อเขาเห็นข่าวว่าทุกคนปลอดภัยดี

เพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่น
ถามไถ่ถึงข่าวคราวของเด็กๆ
ในขณะที่บ้านพ่อแม่ของเขาที่ญี่ปุ่น
น้ำท่วมถึงหัวเข่าในห้องนั่งเล่น

“4 หรือ 6?” คือประโยคแรก
ที่เพื่อนร่วมงานชาวเมียนมาร์ใช้ทักทาย
เมื่อเราก้าวเข้าที่ทำงานในเช้าวันจันทร์

เราต้องคอยตอบคำถามผ่านข้อความ
ตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์
บางเรื่องราวเพื่อนชาวต่างชาติ
รู้ก่อนแล้วบอกเราด้วยซ้ำ

“ไม่น่าเลย นักดำน้ำคนหนึ่งเสียชีวิต”
เจ้านายเราตะโกนข้ามโต๊ะมาบอกข่าวร้าย
ในบ่ายวันศุกร์ที่เราได้ข่าวการสูญเสีย

และอีกมากมายนับไม่ถ้วนกับบทสนทนา
ที่ถามไถ่ด้วยความอยากรู้
แต่ทุกคนจะปิดท้าย
ด้วยความรู้สึกทึ่ง
และความชื่นชมน้ำใจของคนไทย
ที่ไม่เคยทิ้งกันในยามยาก
ไม่ว่าจะยากดีมีจนยังไง อยู่ใกล้ไกลแค่ไหน
เราสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวในยามคับขัน

ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไม
จึงมีคนต่างชาติใส่ใจถามไถ่
กับเรื่องราวเหล่านี้นี้มากมาย
เราคิดว่า ‘คนไทย’ เป็น ‘แรงบันดาลใจ’
ให้พวกเขาแสดงออกถึงความห่วงใย
ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากขึ้น

เพื่อนหลายต่อหลายคนบอก
จะต้องไปเยี่ยมถ้ำหลวงให้ได้สักวัน
เราคิดว่าสิ่งที่ดึงดูดใจคนเหล่านี้
ไม่ใช่เพียงชื่อเสียง ความอัศจรรย์
และความงดงามของ ‘ถ้ำหลวงนางนอน’
แต่เขาอยากมาสัมผัส ความอัศจรรย์
ความงดงามของ ‘จิตใจ’ ‘คนไทย’ เราด้วย

ขอบคุณนะคะ ‘ฮีโร่ทุกท่าน’
ที่ปิดทองทั้งด้านหน้าและด้านหลังพระ
ที่คุณแสดงให้ชาวโลกได้เห็น
ว่า ‘คนไทย’ น่ารักมากมาย
และเมืองไทยก็น่าอยู่ขึ้น…เพราะคุณ

อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่รู้สึกดีค่ะ

แชมป์ชีวิต

36405905_1943599595674677_2862577663921356800_n.jpg

คงไม่มีหัวข้อสนทนาไหนในช่วงนี้ที่จะออกรสมากไปกว่าเรื่องของ ‘ฟุตบอลชิงแชมป์โลก’ แทบทุกวันในช่วงพักเที่ยง พักเบรค หรือไม่ก็ก่อนหรือหลังประชุม ฉันจะได้รับรู้ข่าวคราวว่าทีมไหนเข้ารอบไปอย่างน่ายินดี ทีมไหนตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ฉันได้ติดตามความเป็นไปของแต่ละทีมโดยที่ไม่เคยนั่งดูการแข่งขันแม้แต่นัดเดียว

เพื่อนบางคนลงทุนเก็บวันหยุดในปีนี้พาครอบครัวบินลัดฟ้าไปเชียร์ถึงขอบสนามแข่งขัน บางคนก็ลางานครึ่งวันล่วงหน้าไว้เพื่อที่จะได้นั่งลุ้นหน้าจอโทรทัศน์ในตอนเช้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน บางคนก็อัดวีดีโอไว้นั่งดูหลังเลิกงาน เมื่อมีโอกาสก็จะเสวนากันอย่างถึงใจกับ ‘คอบอล’ ด้วยกัน

บางคนไม่เคยซื้อหวย ไม่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะมีกินมีใช้เหลือเฟือและไม่หวังรวยเพิ่มขึ้นทางลัด แต่ก็ลงทุนไปยืนเข้าคิวซื้อตั๋วพนันบอลโลก เพื่อเป็นประสบการณ์ชีวิตที่แปลกใหม่ สนุกสนานและท้าทาย

เพื่อนบางคนรู้ดี…
ทีมไหนเคยเป็นแชมป์มาก่อน กี่ครั้ง ปีไหนบ้าง
ทีมไหนเป็นตัวเก็งในปีนี้
ทีมไหนเป็นม้ามืดเพราะซุ่มซ้อมมาดี
ทีมไหนมีค่าตัวแพงที่สุด
ทีมไหนมีผู้จัดการที่เก่ง
ทีมไหนเล่นเข้าขากันดี
ทีมไหนมีปัญหาใดบ้างที่อาจทำให้ไปไม่ถึงฝัน

ฉันไม่ใช่แฟนฟุตบอล ไม่ได้นั่งติดตาม แต่ก็พอรู้ว่ากีฬาประเภทนี้มีอิทธิพลต่อชีวิตคนเราค่อนข้างมาก ช่วงนี้ตามสนามกีฬาต่าง ๆ มีคนไปเตะฟุตบอล ออกกำลังกายมากกว่าปกติ เพราะได้รับแรงบันดาลใจเพิ่มเติมจากนักฟุตบอลที่ตนชอบ และทีมที่ตนเชียร์

ฉันหวังว่าแรงบันดาลใจนั้น จะเป็นกำลังใจสำคัญในการลงเล่นเกมส์ชีวิตของแต่ละครอบครัวด้วย

ทีมฟุตบอลทีมไหนจะเป็นแชมป์ ทีมไหนจะตกรอบฟุตบอลชิงแชมป์โลก…ฉันไม่รู้
ฉันรู้เพียงว่า ทีมครอบครัวของเราจะแพ้เกมส์ชีวิตไม่ได้เป็นอันขาด
ทีมเราต้องสามัคคีกัน…ให้กำลังใจกัน
ทีมเราต้องใช้เวลาซักซ้อมทำความเข้าใจกันให้มาก
ทีมเราต้องมีการจัดการที่ดี
ทีมเราต้องเอาใจใส่ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ
ทีมเราต้องแก้แต่ละปัญหาที่ผ่านเข้ามาไปด้วยกันให้ได้
และทีมเราจะมีความสุขด้วยกัน…
เมื่อเราเป็นแชมป์ชีวิตบนเส้นทางที่เราหวังเอาไว้

สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ

วันที่เราไม่ลืมกัน

30725156_1852952038072767_3606079525546360832_n.jpg

“ทำไมคนเราจึงกลัวตายงั้นเหรอ? นั่นก็เพราะเรากลัวจะถูกลืม แม้เราจะจากโลกนี้ไป โลกก็ยังคงหมุนไปตามเดิม และเราก็จะถูกลืมไปในที่สุด ที่ผ่านมาผมไม่เคยกลัว แม้ผมจะต้องจากโลกนี้ไปสู่อีกโลกหนึ่ง แม้จะไม่มีใครระลึกถึงผมเลย ผมไม่เคยใส่ใจ แต่ตอนนี้ในขณะที่ผมกำลังจะไปจากโลกนี้ ผมรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา เพราะมีใครบางคนที่ผมไม่อยากให้เธอลืมผม”

คำพูดของโดมินจุน ตัวเอกจากซีรีย์เกาหลีเรื่อง ‘My love from another star’ ละครเกาหลีที่ฉันชื่นชอบและติดตามชมเมื่อหลายปีก่อนดังขึ้นมาในความคิด เมื่อฉันเดินเข้าไปยังอาคารที่เก็บอัฐิภายในชุมชนใกล้บ้านในช่วงเทศกาลเชงเม้งที่ผ่านมา

ในสมัยก่อนลูกหลานชาวจีนจะพากันไปทำความสะอาดหลุมฝังศพ ตกแต่งประดับประดาให้ดูใหม่ ตลอดจนนำอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องไหว้ กระดาษเงิน กระดาษทอง เครื่องทำกงเต๊กต่างๆ ไปเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือที่หลุมฝังศพหรือป่าช้า แต่ในสมัยนี้ยิ่งในชุมชนเมืองที่มีพื้นที่น้อยนิด พื้นที่จัดสรรสำหรับการทำหลุมฝังศพของศาสนาอื่นใดนอกจากศาสนาอิสลามนั้นแทบจะไม่มีเลย หลังจากการเผาอัฐิของคนตายจะนำไปเก็บตามสถานที่เก็บอัฐิต่างๆ เช่นตามวัด ที่มีห้องเก็บอัฐิที่ได้รับอนุญาติจากกรมสิ่งแวดล้อม หรืออาคารที่เก็บอัฐิที่ดำเนินการโดยรัฐ

ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ที่เก็บอัฐิจึงเป็นที่นัดพบของบรรดาญาติ ๆ ในแต่ละครอบครัวเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษและผู้คนในตระกูลที่เสียชีวิตไป

ไม่ว่าตอนที่เป็นคนจะอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตราคาแพงมากแค่ไหน เมื่อตายไปแล้วกระดูกบางส่วนของคนตายจะถูกเก็บไว้ในช่องเล็กๆ ขนาดไม่เกิน 12*10*8 นิ้ว ราคาช่องละประมาณสองสามหมื่นบาทเหมือนกันทุกคน ที่เก็บอัฐินี้บางครอบครัวก็จะทำการจองไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้อยู่ใกล้กับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ และได้เลขประจำช่องตามที่ต้องการ คล้ายๆ กับเลขที่บ้าน เพราะคนจีนส่วนใหญ่จะเชื่อในฮวงจุ้ย เลขประจำช่องที่ลงท้ายด้วย 4 หรือมีเลข 4 ประกอบด้วยมักจะไม่เป็นที่นิยม แต่หากไม่ได้ทำการจองไว้ก็แล้วแต่ลูกหลานจะจัดการให้ บางคนโชคดีอาจมีคนย้ายอัฐิบรรพบุรุษออกไปที่อื่น ก็อาจได้ช่องเก็บอัฐิที่มีเลขประจำช่องที่เชื่อว่าเป็นศิริมงคล นอกจากจะเป็นศิริมงคลสำหรับผู้ตาย ก็ยังถือเป็นบุญของลูกหลานด้วย

หลังจากตรุษจีน สมาชิกในครอบครัวใหญ่ก็จะได้พบปะกันอย่างครบถ้วนอีกครั้งในช่วงเชงเม้ง ปีละครั้งสำหรับการรำลึกถึงสมาชิกในตระกูลที่ล่วงลับ แทบทุกคนจะพูดถึงสิ่งดีดีที่ผู้ตายเคยทำ ผู้เฒ่าผู้แก่จะถือโอกาสบอกเล่าถึงประวัติ ที่มาของตระกูล ความยากลำบากในการสร้างครอบครัวเมื่อบรรพบุรุษเหล่านั้นเดินทางมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ทางเรือมาตั้งรกรากบนแผ่นดินไกลโพ้น ตลอดจนความดีงามที่บรรพบุรุษเคยทำไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้จดจำ เป็นการสอนถึงความกตัญญูรู้คุณญาติผู้ใหญ่ แม้ว่าบางคนอาจไม่เคยได้เห็นหน้าเขาเหล่านั้นเลยก็ตาม

เมื่อเวลาผ่านไป การจากลาก็ไม่ใช่ความความโศกเศร้าอีกต่อไป แต่เป็นโอกาสให้เราได้ระลึกถึงสิ่งดีดีของบุคคลนั้น ที่เราพึงจำได้ ไม่มีอคติใดหลงเหลืออยู่ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าเทศกาลเชงเม้งเป็นเทศกาลแห่งความสว่างสดใสจริง ๆ ไม่เพียงแต่สภาพแวดล้อมในฤดูใบไม้ผลิ แต่รวมไปถึงความเบิกบานของจิตใจลูกหลานอีกด้วย

หลังจากทำการเซ่นไหว้ด้วยอาหารการกินเสร็จแล้ว ญาติ ๆ ก็จะทำการเผากงเต๊ก กระดาษที่ทำจำลองเงิน ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า รถยนต์ โทรศัพท์ ตลอดจนสิ่งที่ผู้ตายชื่นชอบเช่นบุหรี่ เหล้า หรือแม้กระทั่งชุดไพ่จีน คนจีนทั่วไปเชื่อว่าการเผากงเต๊กเป็นการอุทิศสิ่งเหล่านั้นให้ผู้ตายนำไปใช้ในอีกโลก

สำหรับบางคน เปลวไฟที่ไหม้กระดาษลงจนเป็นเพียงเศษเถ้าก็อาจเป็นเครื่องเตือนใจเราให้ระลึกได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าวของใดที่ผู้ตายเคยใช้ เคยชอบ เคยอยากมี เขาก็ไม่อาจนำติดตัวไปได้สักอย่างเดียวเมื่อเวลานั้นมาถึง นอกเหนือไปจากคุณงามความดีที่เคยทำเมื่อยังมีชีวิตอยู่

หลังจากการเซ่นไหว้ เผากงเต๊กเสร็จแล้ว สมาชิกในครอบครัวก็จะไปรวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน ถือเป็นการรวมญาติที่มีความสุขกันอีกครั้ง โดยที่ผู้ที่จากโลกนี้ไปได้รับการระลึกถึง และไม่ถูกลืมเลือน จนกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งในโลกหน้า เป็นการเตือนสติให้คนที่อยู่ไม่ต้องหวาดกลัวกับความตายจนเกินไป และตั้งใจทำความดีในวันที่ยังเหลือ

เพราะความดีงามคือสิ่งที่จะทำให้เราไม่ถูกลืม

สุขสันต์วันที่เราไม่ลืมกันค่ะ

บ้าน

30728555_1852145171486787_63182954653810688_o.jpg

ช่วงนี้ดอกไม้ป่านานาชนิดเบ่งบานส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วป่าไม่ว่าจะเดินไปทางไหน เหมือนมีกลิ่นโคโลญจน์หลายยี่ห้อเย็นชื่นใจอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา ฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นดอกไม้ป่าชนิดไหนบ้าง ส่วนใหญ่จะไม่เห็นดอกเลยด้วยซ้ำเพราะต้นไม้ในป่านั้นสูงใหญ่ แต่ที่รับรู้ได้คือความสดชื่นที่ลอยมาแตะจมูก

ทว่าดอกไม้บางชนิดก็ร่วงหล่นลงมาเกลื่อนพื้น ดูสวยงามไม้น้อย แต่งแต้มป่าสีเขียวขจีให้มีสีสันชวนมองยิ่งขึ้น เพิ่มความสุขให้ใจแก่ผู้พบเห็นมากขึ้นไปอีก

สำหรับคนทำงานในเมืองอย่างฉัน การได้ไปเดินป่าในช่วงวันหยุดถือเป็นความโชคดีอันยิ่งใหญ่ เป็นการออกกำลังกาย เป็นการพักผ่อน เป็นการเยียวยาและเติมพลังกายใจให้กลับไปทำงานในสัปดาห์ต่อไปได้อย่างดียิ่ง

ไม่ว่าจะที่ไหนที่เคยได้ไปสัมผัส การได้ไปอยู่ในอ้อมกอดของป่าและธรรมชาติ ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจเหมือนได้กลับบ้าน เหมือนที่ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า “ธรรมชาติไม่ใช่เป็นเพียงที่ที่เราจะไปเที่ยวชม แต่มันคือ…บ้าน”

‘บ้าน’ ในที่นี้คือความรู้สึกอบอุ่น
‘บ้าน’ ที่เป็นแหล่งพักพิงอาศัยของสรรพสัตว์
‘บ้าน’ ที่เป็นแหล่งเยียวยา
‘บ้าน’ ที่พักกายและใจ

ฉันไม่อาจจินตนาการชีวิตที่ไร้สีเขียวในช่วงวันหยุดได้เลย ด้วยเหตุนี้ฉันจึงรู้สึกหวงแหนป่าไม้ ธรรมชาติ ทรัพยากรเหล่านี้ยิ่งนัก และรู้สึกใจหายทุกครั้งที่มีข่าวคราวของการตัดไม้ทำลายป่าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด

ว่ากันว่าความรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียกับความรู้สึกยินดีที่ได้ของสิ่งเดียวกันนั้นไม่เท่ากัน

มีงานวิจัยทดลองสังเกตพฤติกรรมของลิง โดยวัดปฏิกิริยาของลิงเวลาได้รับแอปเปิ้ลหนึ่งผล กับเวลาที่ลิงถูกแย่งแอปเปิ้ลไป ลิงแสดงความก้าวร้าวรุนแรงเวลาถูกแย่งแอปเปิ้ลมากกว่าความลิงโลดเวลาได้รับมันมา พฤติกรรมนี้เรียกว่าการหลีกเลี่ยงการเสีย

เช่นเดียวกันกับคนเรา ในสิ่งเดียวกันไม่ว่าจะเป็นอะไร สมมุติว่าสิ่งนั้นเป็นเงินหนึ่งแสนบาท เวลาเราเสียมันไป เราจะรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าความดีใจที่ได้มันมา กับบางคนความเจ็บปวดจากการสูญเสียนั้น มีขนาดถึงประมาณ 2 เท่าของความสุขจากการได้มาในจำนวนเงินที่เท่ากัน

กับคนที่เรารัก…เรามักรู้สึกเจ็บปวดและเห็นคุณค่าของเขามากขึ้นในยามที่เขาจากเราไปแล้ว ความรู้สึกเจ็บปวดจะมากกว่าความดีใจเมื่อยามเขายังอยู่

แต่คนเราจะรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียก็ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าสิ่งนั้นเป็น ‘ของเรา’ เท่านั้น…เหมือนที่ฉันรู้สึกกลัวต่อการสูญเสียพื้นที่สีเขียวในชีวิตไป

ถ้าหากเราทุกคนรู้สึกว่าธรรมชาติ อากาศรอบตัว นี้เป็นบ้านของเรา เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การปกป้อง เราคงกลัวที่จะสูญเสียมันมากกว่านี้ เราคงจะทำอะไรอีกมากมายที่จะรักษาไม่ให้สิ่งที่มีหมดไปมากกว่านี้

เราจะคิดเสมอว่าจะทำอะไรบ้างให้บ้านของเรามีอากาศดี สงบ สดชื่น ในทุกวัน และที่สำคัญเราจะได้ส่งมอบบ้านหลังใหญ่หลังนี้ให้ลูกหลานต่อไป

🌲🌳🌱🌴🌾

บันทึกนี้เขียนขึ้นเพื่อระลึกถึงป่าแหว่งแห่งเชิงดอยสุเทพ ที่ที่ฉันเคยไปเดินขึ้นลงเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ก็รู้สึกรักและหวงแหนไม่น้อยเลย

สำหรับคนที่รักป่าเหมือนบ้าน เขาจึงต่อต้านโครงการนี้เพราะความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่มากโขนั่นเอง

หวังว่าเราทุกคนจะรักษาป่าให้เป็นเหมือนบ้านของเรา แต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปตัดป่าเพื่อสร้างบ้านอยู่ในนั้น

วันหยุดนี้ไปเดินสูดอากาศสดชื่น หอมกลิ่นดอกไม้ป่า ด้วยกันไหมคะ?

ให้…เพื่อใจที่นอบน้อม

30652204_1850709331630371_5694792284176908288_o.jpg

คนที่เดินทางไปสิงคโปร์บ่อยคงจะรู้ว่าแถบเกลาง (Geylang) ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง มีความพิเศษอยู่หลายประการ หนึ่งในความพิเศษนั้นคือแถวนี้เป็นเขตแสงสีในยามกลางคืน สถานที่เที่ยวชมนางงามที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายของคุณผู้ชาย มีโรงแรมราคาย่อมเยาว์อยู่แทบทุกตรอกซอกซอย และนอกจากนี้แถบเกลางก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องอาหาร สำหรับคนที่ชอบทานอาหารอร่อยๆ ที่นี่มีร้านอาหารใหญ่น้อยที่โด่งดังมากมายโดยเฉพาะร้านอาหารจีน ร้านอาหารทะเล แต่ที่น่าทึ่งสำหรับฉันสุดๆ คือแถบนี้ก็ยังเป็นแหล่งที่มีวัดจีน ศาลเจ้า และองค์กรเกี่ยวกับศาสนาพุทธมากมายแทบนับไม่ถ้วน

ดังนั้นทั้งกลางวัน กลางคืน แถบนี้จึงค่อนข้างพลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมาย ต่างเจตน์จำนง ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป ผ่านไปแถบนี้ทีไร ฉันนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อพุทธทาสที่ว่า “ตกนรกกันไปพลาง คว้าหานิพพานกันไปพลาง” แล้วแต่เราจะเลือก…

นอกจากวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วแล้ว วัดจีนอีกวัดหนึ่งที่ฉันชอบไปมากคือวัดฝูไห่ (Fu hai Chan Monastery) แม้จะอยู่ในเขตเกลางแต่วัดนี้ก็อยู่ห่างจากใจกลางความแออัดอยู่มากทีเดียว เมื่อไปถึงฉันจึงสัมผัสได้แต่ความสงบ สวยงามแบบเรียบง่ายตามแบบฉบับเซน

บริเวณวัดทั้งหมดคงจะประมาณ ๑ ไร่หรือเล็กกว่านั้น ประกอบด้วยอาคาร ๓ หลัง คืออาคารหลักที่ใช้ประกอบพิธีกรรมและเป็นสำนักงาน มีลานจอดรถใต้ดิน และห้องเก็บอัฐิใต้ดิน หอเจดีย์สูงด้านหลังที่เป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุ และอาคารกุฏิทางขวามือที่เป็นที่พักของพระและแม่ชี

วัดนี้ยังก่อตั้งโรงพยาบาลเหรินซือ (Ren Ci Hospital and Medicare Centre) ซึ่งตั้งอยู่แถบใจกลางเมืองสิงคโปร์ขนาด 175 เตียง ซึ่งให้การรักษาพยาบาลฟรีแก่คนแก่ คนยากจนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยอาศัยเงินบริจาคจากผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนาและเจตนาของท่านเจ้าอาวาสหมิงยี่ (Ven. Shi Ming Yi)

แต่ทว่าเมื่อหลายปีก่อนองค์กรการกุศลองค์กรนี้ได้ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งอยู่หลายวัน เมื่อการตรวจสอบบัญชีการเงินขององค์กรพบว่ามีการนำเงินบริจาคส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เป็นเหตุให้เจ้าอาวาสถูกตัดสินจำคุก 6 เดือน แต่ด้วยคุณประโยชน์ที่ท่านได้สร้างไว้แก่สังคม ท่านจึงได้รับการผ่อนปรนให้ถูกจำคุกเพียง 4 เดือน

หลังเหตุการณ์นั้น ฉันถามคนใกล้ตัวที่บริจาคเงินสนับสนุนวัดและโรงพยาบาลนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งว่า รู้สึกท้อในการทำบุญ ในการบริจาคไหม เขาตอบว่า ตามความเชื่อของเซนผู้รับคือผู้มีพระคุณ ถ้าไม่มีผู้รับเราก็ทำบุญไม่ได้ แม้จะมีเรื่องราวนี้เกิดขึ้นก็ยังคงมีผู้รับอยู่ เราก็ควรให้ต่อไป

เซนเชื่อว่ายิ่งผู้รับก้มตัวรับต่ำเพียงใด ผู้ให้ยิ่งต้องก้มตัวต่ำยิ่งกว่า…

ฝูไห่แปลว่ามหาสมุทรแห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง มหาสมุทรคือที่ที่อยู่ต่ำกว่าแม่น้ำหลายๆ สาย จึงสามารถรองรับน้ำไว้มากมายได้ คนที่จะรับโชคลาภและความมั่งคั่งได้ก็คงเช่นกัน ก็ยิ่งต้องทำตัวให้อ่อนน้อมให้มาก…ฉันเชื่อเช่นนั้น

ในวันนี้วัดแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพุทธทั่วไปอยู่เสมอ ผู้คนยังคงแวะเวียนมากราบพระ ขอพร นั่งสมาธิกันมิขาดสาย

โรงพยาบาลเหรินซือก็ยังคงเป็นที่พึ่งของคนยากจนต่อไป

ต้นไผ่ข้างกำแพงวัดบางต้นถูกตัดจนเกือบถึงโคน แต่ยอดอ่อนๆ ก็ยังแตกออกมา ฉันนั่งบันทึกภาพที่นั่นเนิ่นนาน นึกถึงคำสอนของพระพุทธองค์ที่ให้กับอนาถปิณฑิกเศรษฐี ในครั้งแรกที่พบกันที่เมืองราชคฤห์

“ดูก่อนสุทัตตะ ผู้ตื่นอยู่มิได้หลับย่อมรู้สึกว่าราตรีหนึ่งยาวนาน ผู้ที่เดินทางจนเมื่อยล้าแล้ว รู้สึกว่าโยชน์หนึ่งเป็นหนทางที่ยืดยาว แต่สังสารวัฏคือการเวียนเกิดเวียนตายของสัตว์ผู้ไม่รู้ พระสัทธรรมยังยาวนานกว่านั้น

ดูก่อน สุทัตตะ สังสารวัฏนี้หาเบื้องต้นเบื้องปลายได้โดยยาก สัตว์ผู้พอใจในการเกิดย่อมเกิดบ่อย ๆ และการเกิดบ่อย ๆ นั้นตถาคตกล่าวว่าเป็นความทุกข์ เพราะสิ่งที่ติดตามความเกิดมาก็คือความแก่ชรา ความเจ็บปวดทรมานและตาย ความต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ความต้องประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รัก ความแห้งใจ ความคร่ำครวญ ความทุกข์กายทุกข์ใจ และความคับแค้นใจ อุปมาเหมือนเห็ดซึ่งโผล่ขึ้นจากดินและนำดินติดขึ้นมาด้วย หรืออุปมาเหมือนโคซึ่งเทียมเกวียนแล้ว จะเดินไปไหนก็มีเกวียนติดตามไปทุกหนทุกแห่ง สัตว์โลกเกิดมาก็นำทุกข์ประจำสังขารติดมาด้วย ตราบใดที่เขายังไม่สลัดความพอใจในสังขารออก ความทุกข์ก็ย่อมติดตามไปเสมอ เหมือนโคที่ยังมีแอกเกวียนครอบคออยู่ ล้อเกวียนย่อมติดตามไปทุกฝีก้าว”

“ดูก่อนสุทัตตะ เมื่อรากยังมั่นคง แม้ต้นไม้จะถูกตัดแล้ว ก็สามารถขึ้นได้อีก ฉันเดียวกันเมื่อบุคคลยังไม่ถอนตัณหานุสัยขึ้นจากดวงจิต ความทุกข์ก็เกิดขึ้นได้บ่อยๆ”

ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนทุกข์น้อยลงในปีใหม่ไทยค่ะ

ฟ้าสาง

30264403_1844290872272217_2961284181411233792_n.jpg

อรุณรุ่งของวันเสาร์ซึ่งฉันตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่น บอกกับตัวเองว่าวันนี้ไม่ต้องรีบเหมือนทุกๆวัน นานนักหนาแล้วที่ไม่ได้ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเช่นนี้ เสียงของกิจกรรมแห่งชีวิตที่ตื่นในยามนี้เริ่มผ่านเข้ามาในโสตประสาท เสียงเด็กคุยกับพ่อแม่ เสียงการทำครัว เสียงรถบนถนนที่เริ่มขับเคลื่อน เสียงนกที่เริ่มออกหากิน สำหรับฉันเสียงเหล่านี้คือสัญญาณของการเริ่มต้นวันที่ผาสุข

ฉันลุกขึ้นจากเตียงเปิดม่านเปิดหน้าต่างรับอากาศที่กำลังเย็นสบายในยามเช้า ท้องฟ้าสีชมพูปนสีหม่นเบื้องหน้าช่างจับตาจนต้องฉันหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาบันทึกช่วงเวลานี้ไว้ สีทองของฟ้าสางเริ่มแจ่มจ้าขึ้นตามลำดับ รอยยิ้มแรกของวันผุดขึ้น

แท้ที่จริงแล้วเช้าวันนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากทุกวันที่ผ่านมา เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วก็มีอยู่ทุกวัน ฟ้างามก็สามารถมองเห็นได้ทุกเช้าจากหน้าต่างบานเดียวกันนี้

ในบางวันที่ความเป็นธรรมดาเหล่านี้อาจถูกทดแทนด้วยความไม่ธรรมดา เช่นตื่นขึ้นมาด้วยอาการเจ็บป่วย หรือตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะรับรู้ว่าคนที่เรารักจากไปแล้ว วันธรรมดาอย่างวันนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทันที ฉันนึกถึงเช้าวันธรรมดาแบบนี้เมื่อสองปีก่อนที่เสียงโทรศัพท์จากที่บ้านบอกมาว่าพี่ชายคนหนึ่งของฉันจากไปอย่างกระทันหัน จากวันนั้นมาฉันรู้ซึ้งว่าวันธรรมดาเช่นนี้เป็นวันที่มีค่าควรที่จะมีความสุขกับมันมากเพียงใด

ความสงบสุขงดงามเช่นนี้มักถูกมองข้ามไปในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ด้วยความเร่งรีบที่จะต้องออกไปทำงาน และความกังวลถึงวันที่ยังไม่ได้เริ่ม บางวันฉันจึงไม่ได้หยุดที่จะฟังเสียงนกร้องหรือแม้แต่จะเปิดม่านดูฟ้างสางของวันธรรมดาอย่างวันนี้ บางทีก็ผลัดการชื่นชมสิ่งธรรมดาที่งดงามที่อยู่ตรงหน้าไปเรื่อยๆ เช่นรอที่จะไปชื่นชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกเวลาไปพักร้อนที่ใดที่หนึ่ง หรือรอที่จะไปฟังเสียงนกร้องเวลาไปเดินป่า ทั้งที่สิ่งเหล่านี้มีอยู่ทุกวันที่บ้าน

ฉันนึกถึงข้อความตอนหนึ่งที่หลวงปู่ ติช นัท ฮันท์ เขียนไว้ในเรื่อง ชีวิตเป็นสิ่งปาฏิหาริย์ (Life is a miracle) ว่า “The miracle is not to walk on water. The miracle is to walk on the green earth in the present moment, to appreciate the peace and beauty that are available now” “ปาฏิหาริย์ไม่ใช่การเดินบนผืนน้ำ ปาฏิหาริย์คือการเดินบนพื้นดินพื้นหญ้าอย่างรู้ตัว คือการชื่นชมความสงบ ความงดงามที่มีอยู่ในขณะนั้น”

เช้านี้ฉันอาบน้ำล้างหน้า ด้วยความรู้สึกขอบคุณ, รักและทนุถนอมดวงตาของตัวเอง เพราะดวงตาคู่นี้ฉันจึงได้ชื่นชมความงดงามของฟ้าสางของวันนี้

สว่างแล้ว ลงไปเดินบนพื้นหญ้าสีเขียวรับความสดชื่นในวันธรรมดาวันนี้ด้วยกันนะคะ..